วันจันทร์, 12 มิถุนายน 2560 08:37

ทุนญี่ปุ่นจับมือนักธุรกิจพังงาทุ่ม 800 ล้านเยน ตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pellet) ส่งออกญี่ปุ่น

Written by
Rate this item
(1 Vote)

ทุนญี่ปุ่นจับมือนักธุรกิจพังงาทุ่ม 800 ล้านเยน ตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pellet) ส่งออกญี่ปุ่น
         ที่ห้างสรรพสินค้า เอ็นเค ช้อบปิ้ง มอลล์ อ.เมืองพังงา จ.พังงา นายวระชาติ ทนังผล ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท นัมเบอร์ไนน์ กรีนพาวเวอร์ จำกัด ทำพิธีลงนามในสัญญาร่วมลงทุน (Joint Venture Agreement) กับ Mr.Masami Nakakubo (นายมาซามิ นากากูโบะ) Chief Executive Officer JC Services Co.,Ltd. (ประเทศญี่ปุ่น) ในการก่อสร้างโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pellet) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงจากขี้เลื่อยหรือเศษวัสดุจากการผลิตไม้แปรรูป(ส่วนใหญ่เป็นไม้ยางพารา) ส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น และจะเป็นโรงงานแรกในจังหวัดพังงา ซึ่งจะใช้เงินลงทุน 800 ล้านเยน หรือประมาณกว่า240 บ้านบาท โดยจะมีกำลังผลิต 250,000 ตัน/ปี นับเป็นการใช้วัสดุจากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อีกด้วย หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่น มีนโยบายยกเลิกการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ลดการใช้ถ่านหิน ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะที่พลังงานจากโซล่าเซลล์ มีข้อจำกัดด้านการใช้งานที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 5 ชั่วโมงต่อวัน รัฐบาลจึงมุ่งเน้นในการส่งเสริมให้ใช้พลังงานจากชีวมวล มาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศเป้าหมายหลัก ของวัตถุดิบการผลิตเชื้อเพลิงพลังงาน
         Mr.Masami Nakakubo (นายมาซามิ นากากูโบะ) Chief Executive Officer JC Services Co.,Ltd. (ประเทศญี่ปุ่น) กล่าวว่า บริษัท JC Services จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) หรือ กลุ่ม JCS ได้ให้ความสนใจและดำเนินการลงพื้นที่เพื่อประเมิน วิเคราะห์ สถานภาพของวัตถุดิบ รวมถึงการวิเคราะห์ด้านความเสี่ยงในประเทศไทย มาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี ในการร่วมลงทุนก่อสร้าง โรงงานผลิต Wood Pellet ในประเทศไทย โดยนำร่องโรงงานแรกในจังหวัดพังงา กำลังผลิตประมาณ 700 ตัน/วัน คาดว่าจะผลิตได้ปริมาณ 250,000 ตัน/ปี พร้อมส่งประมาณต้นปี 2562 และจะขยายโรงงานพื้นที่เป้าหมายประมาณ 20 โรงงาน ตามกำลังผลิตวัตถุดิบของแต่ละพื้นที่ โดยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้นั้น มีไม้ยางพารา จำนวนมากประมาณการว่ามีจำนวนกว่า 43 ล้านตันต่อปี
นายวระชาติ ทนังผล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน เชื้อเพลิงชีวมวล มีความสำคัญในการนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า และจังหวัดพังงาเป็นพื้นที่ ที่มีศักยภาพและวัตถุดิบเพียงพอสำหรับการผลิต ซึ่งเป็นการนำเอาวัสดุเหลือใช้จากธุรกิจการแปรรูปไม้ยางพารา และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยจะนำมาบดละเอียด อบด้วยความร้อน แล้วจึงนำไปอัดเม็ด จึงทำให้กระบวนการผลิตไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

Read 823 times Last modified on วันจันทร์, 12 มิถุนายน 2560 08:39

Media

https://www.facebook.com/Andamanfocusnews/videos/1218274871631636/
   
© จังหวัดพังงา