Black Ribbon
adminstrator

adminstrator

รายชื่อ และกำหนดวัน เวลา สถานที่  สำหรับการประเมินสมรรถนะ  ครั้งที่ 1 ในการดำเนินการสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.2560

ดูประกาศรายชื่อคลิก 

      18 ก.ค.60 นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นำข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศาล ทหาร ตำรวจ กลุ่มพลังมวลชนและประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมประกอบพิธีวางพวงมาลาดอกไม้สด เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์จังหวัดพังงา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า พระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแม้ในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลต่างๆ อย่างมิได้ทรงเหน็ดเหนื่อยและย่อท้อ

      สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระนามเดิม "สังวาลย์" ทรงพระราชสมภพที่ จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2443 ในพระชนกชู และพระชนนีคำ เมื่อทรงพระเยาว์ได้ทรงศึกษาในโรงเรียนวัดอนงคาราม ต่อมาทรงย้ายไปศึกษาที่โรงเรียนศึกษานารี และโรงเรียนสตรีวิทยา ตามลำดับ เมื่อจบการศึกขั้นต้นแล้ว ได้เข้ารับการศึกษาต่อในโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช จนจบหลักสูตร 3 ปี

สมเด็จย่านับเป็นพระราชมารดาผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งทรงรับพระราชภาระเพื่อประเทศชาติ ในการถวายอภิบาลพระราชโอรส ซึ่งต่อมาได้เถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ ถึง 2พระองค์ ตลอดพระชนม์ชีพพระองค์ ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประชาชน ในงานด้านสาธารณสุขและทันตสาธารณสุขตลอดมา ทรงมีความห่วงใยตำรวจตระเวนชายแดน ทรงจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปรักษาดูแลสุขภาพของประชาชนในถิ่นทุรกันดารเป็นประจำตลอดพระชนม์ชีพ ที่ผ่านมาพระองค์ทรงดำรงไว้ซึ่งความมีพระเมตตาต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าอย่างหาที่สุดมิได้

 

         (27 มิ.ย. 60) เวลา 09.00 น. นายภัคพงศ์ทวิพัฒน์ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา มอบหมายให้ นายเอกรัฐ หลีเส็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครภาคประชาชน ให้มีศักยภาพด้านการเฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ระยะที่ 2) พร้อมบรรยายพิเศษ เรื่อง นโยบายการต่อต้านการทุจริต โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 85 คน ณ ห้องประชุมปันหยี โรงแรมภูงา อำเภอเมือง จังหวัดพังงา
และได้มอบหมายให้ นายเอกรัฐ หลีเส็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ พ. ศ. 2558 และแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ. ศ. 2560 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 60 คน จาก 8 อำเภอ 52 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ โรงแรมภูงา อำเภอเมือง จังหวัดพังงา

ทุนญี่ปุ่นจับมือนักธุรกิจพังงาทุ่ม 800 ล้านเยน ตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pellet) ส่งออกญี่ปุ่น
         ที่ห้างสรรพสินค้า เอ็นเค ช้อบปิ้ง มอลล์ อ.เมืองพังงา จ.พังงา นายวระชาติ ทนังผล ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท นัมเบอร์ไนน์ กรีนพาวเวอร์ จำกัด ทำพิธีลงนามในสัญญาร่วมลงทุน (Joint Venture Agreement) กับ Mr.Masami Nakakubo (นายมาซามิ นากากูโบะ) Chief Executive Officer JC Services Co.,Ltd. (ประเทศญี่ปุ่น) ในการก่อสร้างโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pellet) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงจากขี้เลื่อยหรือเศษวัสดุจากการผลิตไม้แปรรูป(ส่วนใหญ่เป็นไม้ยางพารา) ส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น และจะเป็นโรงงานแรกในจังหวัดพังงา ซึ่งจะใช้เงินลงทุน 800 ล้านเยน หรือประมาณกว่า240 บ้านบาท โดยจะมีกำลังผลิต 250,000 ตัน/ปี นับเป็นการใช้วัสดุจากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อีกด้วย หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่น มีนโยบายยกเลิกการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ลดการใช้ถ่านหิน ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะที่พลังงานจากโซล่าเซลล์ มีข้อจำกัดด้านการใช้งานที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 5 ชั่วโมงต่อวัน รัฐบาลจึงมุ่งเน้นในการส่งเสริมให้ใช้พลังงานจากชีวมวล มาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศเป้าหมายหลัก ของวัตถุดิบการผลิตเชื้อเพลิงพลังงาน
         Mr.Masami Nakakubo (นายมาซามิ นากากูโบะ) Chief Executive Officer JC Services Co.,Ltd. (ประเทศญี่ปุ่น) กล่าวว่า บริษัท JC Services จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) หรือ กลุ่ม JCS ได้ให้ความสนใจและดำเนินการลงพื้นที่เพื่อประเมิน วิเคราะห์ สถานภาพของวัตถุดิบ รวมถึงการวิเคราะห์ด้านความเสี่ยงในประเทศไทย มาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี ในการร่วมลงทุนก่อสร้าง โรงงานผลิต Wood Pellet ในประเทศไทย โดยนำร่องโรงงานแรกในจังหวัดพังงา กำลังผลิตประมาณ 700 ตัน/วัน คาดว่าจะผลิตได้ปริมาณ 250,000 ตัน/ปี พร้อมส่งประมาณต้นปี 2562 และจะขยายโรงงานพื้นที่เป้าหมายประมาณ 20 โรงงาน ตามกำลังผลิตวัตถุดิบของแต่ละพื้นที่ โดยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้นั้น มีไม้ยางพารา จำนวนมากประมาณการว่ามีจำนวนกว่า 43 ล้านตันต่อปี
นายวระชาติ ทนังผล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน เชื้อเพลิงชีวมวล มีความสำคัญในการนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า และจังหวัดพังงาเป็นพื้นที่ ที่มีศักยภาพและวัตถุดิบเพียงพอสำหรับการผลิต ซึ่งเป็นการนำเอาวัสดุเหลือใช้จากธุรกิจการแปรรูปไม้ยางพารา และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยจะนำมาบดละเอียด อบด้วยความร้อน แล้วจึงนำไปอัดเม็ด จึงทำให้กระบวนการผลิตไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

'ดีเอสไอ' ลุยรวบรวมหลักฐานเพิกถอนบ้านหรูรุกป่าบนยอดเขาพังงา พบเชื่อมโยงนักธุรกิจใหญ่ระดับประเทศ และมีรายชื่อผู้ครอบครอง 2 ราย ล้วนมีชื่อเสียง มั่นใจดำเนินคดีได้

จากกรณี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำหมายค้นของศาลจังหวัดพังงาเข้าตรวจค้นบ้านพักขนาดใหญ่  2 หลัง ตั้งอยู่บนสันเขาเป็นเทือกเขาสูง ติดเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลา และป่าแหลมซำ บ้านบางจันหมู่ 9 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงานั้น

ส่วนความคืบหน้า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.60 เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ได้เร่งรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากเดิมได้แจ้งข้อกล่าวหาแล้วในเรื่องทำประโยชน์ก่อสร้างที่อยู่อาศัยออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ตามที่ได้มีการแปลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 – พ.ศ.2559 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจะเข้าข่ายการฟอกเงินจากทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วยหรือไม่ ซึ่งอยู่ในระหว่างการรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ

 

หลังจากนั้นเมื่อมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วจึงจะดำเนินการแจ้งดำเนินคดีต่อผู้ครอบครองตามเอกสารหลักฐานการครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยพบว่า บ้าน 2 หลังนั้นเป็นชื่อผู้ครอบครอง 2 ราย ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งสิ้น จึงต้องรอบคอบต่อการหาพยานและหลักฐานมาดำเนินคดี

โดยมั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการยับยั้งไม่ให้นายทุนหรือผู้มีอิทธิพลสามารถครอบครองเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบในพื้นที่ จ.พังงา ได้รวมถึงจะมีการตรวจสอบการกระทำความผิดลักษณะเหล่านี้ได้อีก

ส่วนหลักฐานที่ชี้ชัดว่าพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พักอยู่ที่บ้านหลังนี้หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่พบมีเพียงภาพถ่ายคู่ของลูกศิษย์กับพระธัมมชโยภายในบ้านเท่านั้น

วันศุกร์, 09 มิถุนายน 2560 12:47

แบบสำรวจ

ชาวประมงกอดคอ สุดดีใจ รอดตาย! หลังอยู่ในทะเลนานกว่า 10 วัน และอดข้าวมา 3 วันแล้ว...

        เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 28 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายด้าหนาน หนูรักษ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/1 ม.7 บ้านบ่อดาน ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้ให้ความช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านจากประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 2 คน ที่อยู่ในเรือประมงสภาพชำรุดเสียหาย ถูกคลื่นลมแรงซัดมาเกยตื้นที่ชายทะเลหาดปากน้ำวัดท่าไทร อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งหลังนำขึ้นจากเรือได้ ทั้งสองคนก็กอดกันบอกว่า รอดชีวิตแล้ว ก่อนรีบแจ้งตำรวจ สภ.ท้ายเหมือง เข้าตรวจสอบและสอบถามผ่านล่ามแปล
        เบื้องต้นพบว่า เป็นชาวอินโดเนียเซีย ชื่อ นายฮาซานุดดีน อายุ 40 ปี และนายโยกี ฟราโยโก อายุ 23 ปี ซึ่งทั้งสองได้ออกเรือประมงหาปลาในเขตทะเลประเทศอินโดฯ ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.60 ที่ผ่านมา ต่อมาเรือเครื่องยนต์ขัดข้องแล่นต่อไม่ได้ จึงปล่อยลอยไปตามกระแสน้ำ และได้ถูกพายุซัดไปเรื่อยอย่างไม่รู้ทิศทาง ก่อนเข้ามาเกยตื้นอยู่บริเวณชายหาดใน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา รวมระยะเวลาอยู่ในทะเลถึง 10 วัน และอดข้าวมานานติดต่อกัน 3 วันแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำบุคคลทั้งสองส่งแพทย์ให้ยาบำรุง จากนั้นนำตัวมาที่ สภ.ท้ายเหมือง สอบถามแล้วพบว่าไม่ได้ถูกหลอก หรือถูกล่อลวงมาแต่อย่างใด และประสงค์ขอเดินทางกลับบ้านที่ประเทศอินโดนีเซีย

        (28 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าว่าราชการจังหวัดพังงา ได้ประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา ให้พื้นที่เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง หลังเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงผิดปกติ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเป็นบริเวณกว้าง ที่บ้านปากเกาะ ม.3 ต.เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลด้านทิศเหนือ ต.เกาะคอเขา ตลอดแนวชายฝั่งยาวกว่า 20 กิโลเมตร ไปจนถึงบริเวณบ้านปากเกาะ
       
       สร้างความเสียหายต่อรีสอร์ตที่สร้างอยู่ติดชายทะเล บ้านเรือนราษฎร จำนวน 12 หลัง ถูกน้ำทะเลทะลักเข้าท่วมเดือดร้อนหนัก หลังจากเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา นายวิโรจน์ สุวรรณวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า ได้ลงพื้นที่ ต.เกาะคอเขา เพื่อตรวจสภาพความแรงของคลื่นที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มีบ้านเรือน และรีสอร์ตอยู่ติดชายทะเลดังกล่าว และได้รายงานด่วนให้ทาง จ.พังงา ทราบต่อไป

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้ส่งรถแบ็กโฮ พร้อมพร้อมรถบรรทุกลงเรือข้ามฟากเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อทำการขุดกั้นแนวกันคลื่น และตักทรายบรรจุใส่กระสอบนำไปวางเป็นแนวกันคลื่นตามบริเวณชายหาดที่มีบ้านเรือนประชาชน เพื่อกันไม่ให้คลื่นกัดเซาะน้ำทะเลเข้าบ้านเรือนพังเสียหายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้เป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้นได้เฉพาะสั้นๆ เมื่อมีน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งบิ๊กแบ็กไม่สามารถป้องกันได้จะถูกคลื่นซัดพังเสียหายหมด
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ยังคงมีน้ำทะเลหนุนได้เกิดคลื่นสูงกว่า 3 เมตร กัดเซาะซัดเข้าพื้นที่ดังกล่าวอีก โดยชาวบ้านในพื้นที่ต้องการให้ทางรัฐบาลหันมาดูแลความเดือดร้อน และช่วยดำเนินการสร้างเขื่อนกันคลื่นที่ได้มาตรฐานแข็งแรง ป้องกันคลื่นกัดเซาะบ้านเรือนประชาชน โรงแรม รีสอร์ต เสาไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่เพียงแต่เฝ้าระวังคอยอพยพ ประชาชน หากเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายมากกว่านี้

      วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 เวลา 09.18 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย ไปยังโรงเรียนเยาววิทย์ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา ทรงเปิดสถาบัน "Yaowayit Pre-Vocation Education Academies" ซึ่งเป็น "ศูนย์เตรียมอาชีวศึกษา" แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดการเรียนการสอนในระดับเตรียมอาชีวศึกษา นอกเหนือหลักสูตรปกติ โดยความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน คือ โรงเรียน สถาบันอาชีวศึกษา และภาคธุรกิจ มีแนวคิดโดยรวมธุรกิจกับความเป็นมืออาชีพด้านการศึกษามาบูรณาการร่วมกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของนักเรียน ด้วยประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง

         โรงเรียนเยาววิทย์ เป็นโรงเรียนประชาสงเคราะห์แบบกินนอนสำหรับเด็กด้อยโอกาส ก่อตั้งโดยมูลนิธิ Children's World Academy เมื่อปี 2548 เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมีทักษะในการใช้ชีวิต ปัจจุบัน มีนักเรียนในอุปถัมภ์ อายุ 4-18 ปี รวม 138 คน เปิดสอนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 และเป็นที่พักค้างสำหรับนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เข้าศึกษาในระดับที่สูงขึ้นในสถานศึกษาอื่น

         โอกาสนี้ เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคาร "Yaowayit Pre-Vocation Academies" ทอดพระเนตรการเรียนการสอนการท่องเที่ยว การโรงแรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "หลักสูตรการเตรียมอาชีวศึกษาด้านการบริการและที่พัก" ซึ่งได้ร่วมกับโรงแรมเครือแมริออท และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้น โดยมีสภาธุรกิจกลุ่มโรงแรมแมริออท ประเทศไทย รับจัดหาอาจารย์ประจำวิชา และส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการ มาฝึกสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาตอนต้น โดยนักเรียนในระดับประถมศึกษาจะได้รับการเรียนการสอนระหว่างการเรียนการสอนประจำสัปดาห์ ส่วนนักเรียนพักค้างในระดับที่สูงกว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะได้รับการศึกษาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยจะศึกษาภาคทฤษฎี 4 ด้านที่โรงเรียน ได้แก่ การทำอาหาร การทำงานแม่บ้าน พนักงานต้อนรับ และงานบริการห้องอาหาร และฝึกภาคปฏิบัติที่โรงแรมในเครือแมริออท เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์จริง

         จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน อาทิ "การเรียน 2 ภาษาระดับชั้นอนุบาล" โดยจุดเด่นของนักเรียนเยาววิทย์ คือ นักเรียนมีทักษะด้านภาษาอังกฤษดี เนื่องจากต้องสื่อสารกับครูชาวต่างชาติเป็นประจำ จึงเกิดความชำนาญ และกล้าสื่อสารภาษาอังกฤษ และ"การเรียนการสอนหลักสูตรแอโรสมิธ" เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับสมอง ผ่านกระบวนการฝึกคิดแก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ อันเกิดจากการได้รับการกระตุ้นทางจิตใจไม่เพียงพอ หรือไม่ได้รับการเอาใจใส่เพียงพอจากครูในช่วงปฐมวัย โดยเป็นการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการพูด รวมถึงนักเรียนที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ขั้นรุนแรง เช่น โรคความบกพร่องทางการอ่าน ให้สามารถตอบสนองการเรียนรู้ได้ และมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เตรียมอาชีวศึกษาเยาววิทย์ด้านการเกษตรในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยใช้พื้นที่แปลงเกษตรของโรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู้การเกษตรแบบยั่งยืน เน้นการฟื้นฟูและใช้รูปแบบวัฏจักรระบบนิเวศวิทยาให้เกิดประโชยน์

         เวลา 11.38 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ที่อำเภอเมือง จังหวัดพังงา หรือเดิมคือ สถานีกาชาดสิรินธร สาขาจังหวัดพังงา รับผิดชอบพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ต่อมาในปี 2558 สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ได้ยกสถานะขึ้นเป็นสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติฯ รับผิดชอบดูแลจังหวัดทางฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด ได้แก่ พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เนื่องจากเมื่อเกิดกรณีภัยพิบัติขึ้นพร้อมกันหลายจังหวัด สถานีกาชาดสิรินธร สถานีกาชาดที่ 12 ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ครอบคลุมและทันเวลา ประกอบกับฝั่งอันดามันยังไม่มีสถานีกาชาด

         โอกาสนี้ ทอดพระเนตรคลังสัมภาระเพื่อการบรรเทาทุกข์ ประกอบด้วย เครื่องอุปโภค บริโภค, ระบบสารสนเทศการเงิน สภากาชาดไทย, ระบบประชุมทางไกล และนิทรรศการผลงานของสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมีภารกิจ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดการภัยพิบัติ เป็นศูนย์ประสานงาน ปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทยในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน เพื่อปฏิบัติงานทั้งระยะก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย, ด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส โดยส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ส่งเสริมอาชีพ เพื่อให้สามารถดูแลช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมตามวัย รวมทั้งให้บริการเยี่ยมบ้าน ตรวจรักษาเบื้องต้น ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม กรณีไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และด้านการรักษาพยาบาลส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ซึ่งจะลงพื้นที่ในหมู่บ้านถาวรของสภากาชาดไทย ได้แก่ หมู่บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย-ศุภนิมิตร ตำบลคุระ และหมู่บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย บ้านทุ่งรัก ตำบลแม่นางขาว อำเภอคุระบุรี, หมู่บ้านกาชาดพรุเตียว ตำบลบางนายสี อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการการจัดเตรียมชุมชนพร้อมรับภัยพิบัติใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดพังงา 15 ชุมชน 4 อำเภอ และจังหวัดตรัง 14 ชุมชน 3 อำเภอ รวมทั้งการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง โดยมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วให้ความช่วยเหลือและปฐมพยาบาลผู้ประสบภัย

หน้าที่ 1 จาก 14
   
© จังหวัดพังงา