Black Ribbon
   
ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ (70)

ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัด

ทุนญี่ปุ่นจับมือนักธุรกิจพังงาทุ่ม 800 ล้านเยน ตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pellet) ส่งออกญี่ปุ่น
         ที่ห้างสรรพสินค้า เอ็นเค ช้อบปิ้ง มอลล์ อ.เมืองพังงา จ.พังงา นายวระชาติ ทนังผล ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท นัมเบอร์ไนน์ กรีนพาวเวอร์ จำกัด ทำพิธีลงนามในสัญญาร่วมลงทุน (Joint Venture Agreement) กับ Mr.Masami Nakakubo (นายมาซามิ นากากูโบะ) Chief Executive Officer JC Services Co.,Ltd. (ประเทศญี่ปุ่น) ในการก่อสร้างโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pellet) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงจากขี้เลื่อยหรือเศษวัสดุจากการผลิตไม้แปรรูป(ส่วนใหญ่เป็นไม้ยางพารา) ส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น และจะเป็นโรงงานแรกในจังหวัดพังงา ซึ่งจะใช้เงินลงทุน 800 ล้านเยน หรือประมาณกว่า240 บ้านบาท โดยจะมีกำลังผลิต 250,000 ตัน/ปี นับเป็นการใช้วัสดุจากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อีกด้วย หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่น มีนโยบายยกเลิกการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ลดการใช้ถ่านหิน ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะที่พลังงานจากโซล่าเซลล์ มีข้อจำกัดด้านการใช้งานที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 5 ชั่วโมงต่อวัน รัฐบาลจึงมุ่งเน้นในการส่งเสริมให้ใช้พลังงานจากชีวมวล มาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศเป้าหมายหลัก ของวัตถุดิบการผลิตเชื้อเพลิงพลังงาน
         Mr.Masami Nakakubo (นายมาซามิ นากากูโบะ) Chief Executive Officer JC Services Co.,Ltd. (ประเทศญี่ปุ่น) กล่าวว่า บริษัท JC Services จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) หรือ กลุ่ม JCS ได้ให้ความสนใจและดำเนินการลงพื้นที่เพื่อประเมิน วิเคราะห์ สถานภาพของวัตถุดิบ รวมถึงการวิเคราะห์ด้านความเสี่ยงในประเทศไทย มาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี ในการร่วมลงทุนก่อสร้าง โรงงานผลิต Wood Pellet ในประเทศไทย โดยนำร่องโรงงานแรกในจังหวัดพังงา กำลังผลิตประมาณ 700 ตัน/วัน คาดว่าจะผลิตได้ปริมาณ 250,000 ตัน/ปี พร้อมส่งประมาณต้นปี 2562 และจะขยายโรงงานพื้นที่เป้าหมายประมาณ 20 โรงงาน ตามกำลังผลิตวัตถุดิบของแต่ละพื้นที่ โดยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้นั้น มีไม้ยางพารา จำนวนมากประมาณการว่ามีจำนวนกว่า 43 ล้านตันต่อปี
นายวระชาติ ทนังผล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน เชื้อเพลิงชีวมวล มีความสำคัญในการนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า และจังหวัดพังงาเป็นพื้นที่ ที่มีศักยภาพและวัตถุดิบเพียงพอสำหรับการผลิต ซึ่งเป็นการนำเอาวัสดุเหลือใช้จากธุรกิจการแปรรูปไม้ยางพารา และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยจะนำมาบดละเอียด อบด้วยความร้อน แล้วจึงนำไปอัดเม็ด จึงทำให้กระบวนการผลิตไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

'ดีเอสไอ' ลุยรวบรวมหลักฐานเพิกถอนบ้านหรูรุกป่าบนยอดเขาพังงา พบเชื่อมโยงนักธุรกิจใหญ่ระดับประเทศ และมีรายชื่อผู้ครอบครอง 2 ราย ล้วนมีชื่อเสียง มั่นใจดำเนินคดีได้

จากกรณี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำหมายค้นของศาลจังหวัดพังงาเข้าตรวจค้นบ้านพักขนาดใหญ่  2 หลัง ตั้งอยู่บนสันเขาเป็นเทือกเขาสูง ติดเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลา และป่าแหลมซำ บ้านบางจันหมู่ 9 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงานั้น

ส่วนความคืบหน้า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.60 เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ได้เร่งรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากเดิมได้แจ้งข้อกล่าวหาแล้วในเรื่องทำประโยชน์ก่อสร้างที่อยู่อาศัยออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ตามที่ได้มีการแปลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 – พ.ศ.2559 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจะเข้าข่ายการฟอกเงินจากทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วยหรือไม่ ซึ่งอยู่ในระหว่างการรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ

 

หลังจากนั้นเมื่อมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วจึงจะดำเนินการแจ้งดำเนินคดีต่อผู้ครอบครองตามเอกสารหลักฐานการครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยพบว่า บ้าน 2 หลังนั้นเป็นชื่อผู้ครอบครอง 2 ราย ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งสิ้น จึงต้องรอบคอบต่อการหาพยานและหลักฐานมาดำเนินคดี

โดยมั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการยับยั้งไม่ให้นายทุนหรือผู้มีอิทธิพลสามารถครอบครองเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบในพื้นที่ จ.พังงา ได้รวมถึงจะมีการตรวจสอบการกระทำความผิดลักษณะเหล่านี้ได้อีก

ส่วนหลักฐานที่ชี้ชัดว่าพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พักอยู่ที่บ้านหลังนี้หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่พบมีเพียงภาพถ่ายคู่ของลูกศิษย์กับพระธัมมชโยภายในบ้านเท่านั้น

วันศุกร์, 09 มิถุนายน 2560 12:47

แบบสำรวจ

Written by

ชาวประมงกอดคอ สุดดีใจ รอดตาย! หลังอยู่ในทะเลนานกว่า 10 วัน และอดข้าวมา 3 วันแล้ว...

        เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 28 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายด้าหนาน หนูรักษ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/1 ม.7 บ้านบ่อดาน ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้ให้ความช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านจากประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 2 คน ที่อยู่ในเรือประมงสภาพชำรุดเสียหาย ถูกคลื่นลมแรงซัดมาเกยตื้นที่ชายทะเลหาดปากน้ำวัดท่าไทร อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งหลังนำขึ้นจากเรือได้ ทั้งสองคนก็กอดกันบอกว่า รอดชีวิตแล้ว ก่อนรีบแจ้งตำรวจ สภ.ท้ายเหมือง เข้าตรวจสอบและสอบถามผ่านล่ามแปล
        เบื้องต้นพบว่า เป็นชาวอินโดเนียเซีย ชื่อ นายฮาซานุดดีน อายุ 40 ปี และนายโยกี ฟราโยโก อายุ 23 ปี ซึ่งทั้งสองได้ออกเรือประมงหาปลาในเขตทะเลประเทศอินโดฯ ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.60 ที่ผ่านมา ต่อมาเรือเครื่องยนต์ขัดข้องแล่นต่อไม่ได้ จึงปล่อยลอยไปตามกระแสน้ำ และได้ถูกพายุซัดไปเรื่อยอย่างไม่รู้ทิศทาง ก่อนเข้ามาเกยตื้นอยู่บริเวณชายหาดใน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา รวมระยะเวลาอยู่ในทะเลถึง 10 วัน และอดข้าวมานานติดต่อกัน 3 วันแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำบุคคลทั้งสองส่งแพทย์ให้ยาบำรุง จากนั้นนำตัวมาที่ สภ.ท้ายเหมือง สอบถามแล้วพบว่าไม่ได้ถูกหลอก หรือถูกล่อลวงมาแต่อย่างใด และประสงค์ขอเดินทางกลับบ้านที่ประเทศอินโดนีเซีย

        (28 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าว่าราชการจังหวัดพังงา ได้ประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา ให้พื้นที่เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง หลังเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงผิดปกติ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเป็นบริเวณกว้าง ที่บ้านปากเกาะ ม.3 ต.เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลด้านทิศเหนือ ต.เกาะคอเขา ตลอดแนวชายฝั่งยาวกว่า 20 กิโลเมตร ไปจนถึงบริเวณบ้านปากเกาะ
       
       สร้างความเสียหายต่อรีสอร์ตที่สร้างอยู่ติดชายทะเล บ้านเรือนราษฎร จำนวน 12 หลัง ถูกน้ำทะเลทะลักเข้าท่วมเดือดร้อนหนัก หลังจากเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา นายวิโรจน์ สุวรรณวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า ได้ลงพื้นที่ ต.เกาะคอเขา เพื่อตรวจสภาพความแรงของคลื่นที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มีบ้านเรือน และรีสอร์ตอยู่ติดชายทะเลดังกล่าว และได้รายงานด่วนให้ทาง จ.พังงา ทราบต่อไป

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้ส่งรถแบ็กโฮ พร้อมพร้อมรถบรรทุกลงเรือข้ามฟากเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อทำการขุดกั้นแนวกันคลื่น และตักทรายบรรจุใส่กระสอบนำไปวางเป็นแนวกันคลื่นตามบริเวณชายหาดที่มีบ้านเรือนประชาชน เพื่อกันไม่ให้คลื่นกัดเซาะน้ำทะเลเข้าบ้านเรือนพังเสียหายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้เป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้นได้เฉพาะสั้นๆ เมื่อมีน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งบิ๊กแบ็กไม่สามารถป้องกันได้จะถูกคลื่นซัดพังเสียหายหมด
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ยังคงมีน้ำทะเลหนุนได้เกิดคลื่นสูงกว่า 3 เมตร กัดเซาะซัดเข้าพื้นที่ดังกล่าวอีก โดยชาวบ้านในพื้นที่ต้องการให้ทางรัฐบาลหันมาดูแลความเดือดร้อน และช่วยดำเนินการสร้างเขื่อนกันคลื่นที่ได้มาตรฐานแข็งแรง ป้องกันคลื่นกัดเซาะบ้านเรือนประชาชน โรงแรม รีสอร์ต เสาไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่เพียงแต่เฝ้าระวังคอยอพยพ ประชาชน หากเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายมากกว่านี้

      วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 เวลา 09.18 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย ไปยังโรงเรียนเยาววิทย์ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา ทรงเปิดสถาบัน "Yaowayit Pre-Vocation Education Academies" ซึ่งเป็น "ศูนย์เตรียมอาชีวศึกษา" แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดการเรียนการสอนในระดับเตรียมอาชีวศึกษา นอกเหนือหลักสูตรปกติ โดยความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน คือ โรงเรียน สถาบันอาชีวศึกษา และภาคธุรกิจ มีแนวคิดโดยรวมธุรกิจกับความเป็นมืออาชีพด้านการศึกษามาบูรณาการร่วมกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของนักเรียน ด้วยประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง

         โรงเรียนเยาววิทย์ เป็นโรงเรียนประชาสงเคราะห์แบบกินนอนสำหรับเด็กด้อยโอกาส ก่อตั้งโดยมูลนิธิ Children's World Academy เมื่อปี 2548 เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมีทักษะในการใช้ชีวิต ปัจจุบัน มีนักเรียนในอุปถัมภ์ อายุ 4-18 ปี รวม 138 คน เปิดสอนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 และเป็นที่พักค้างสำหรับนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เข้าศึกษาในระดับที่สูงขึ้นในสถานศึกษาอื่น

         โอกาสนี้ เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคาร "Yaowayit Pre-Vocation Academies" ทอดพระเนตรการเรียนการสอนการท่องเที่ยว การโรงแรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "หลักสูตรการเตรียมอาชีวศึกษาด้านการบริการและที่พัก" ซึ่งได้ร่วมกับโรงแรมเครือแมริออท และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้น โดยมีสภาธุรกิจกลุ่มโรงแรมแมริออท ประเทศไทย รับจัดหาอาจารย์ประจำวิชา และส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการ มาฝึกสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาตอนต้น โดยนักเรียนในระดับประถมศึกษาจะได้รับการเรียนการสอนระหว่างการเรียนการสอนประจำสัปดาห์ ส่วนนักเรียนพักค้างในระดับที่สูงกว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะได้รับการศึกษาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยจะศึกษาภาคทฤษฎี 4 ด้านที่โรงเรียน ได้แก่ การทำอาหาร การทำงานแม่บ้าน พนักงานต้อนรับ และงานบริการห้องอาหาร และฝึกภาคปฏิบัติที่โรงแรมในเครือแมริออท เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์จริง

         จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน อาทิ "การเรียน 2 ภาษาระดับชั้นอนุบาล" โดยจุดเด่นของนักเรียนเยาววิทย์ คือ นักเรียนมีทักษะด้านภาษาอังกฤษดี เนื่องจากต้องสื่อสารกับครูชาวต่างชาติเป็นประจำ จึงเกิดความชำนาญ และกล้าสื่อสารภาษาอังกฤษ และ"การเรียนการสอนหลักสูตรแอโรสมิธ" เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับสมอง ผ่านกระบวนการฝึกคิดแก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ อันเกิดจากการได้รับการกระตุ้นทางจิตใจไม่เพียงพอ หรือไม่ได้รับการเอาใจใส่เพียงพอจากครูในช่วงปฐมวัย โดยเป็นการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการพูด รวมถึงนักเรียนที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ขั้นรุนแรง เช่น โรคความบกพร่องทางการอ่าน ให้สามารถตอบสนองการเรียนรู้ได้ และมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เตรียมอาชีวศึกษาเยาววิทย์ด้านการเกษตรในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยใช้พื้นที่แปลงเกษตรของโรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู้การเกษตรแบบยั่งยืน เน้นการฟื้นฟูและใช้รูปแบบวัฏจักรระบบนิเวศวิทยาให้เกิดประโชยน์

         เวลา 11.38 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ที่อำเภอเมือง จังหวัดพังงา หรือเดิมคือ สถานีกาชาดสิรินธร สาขาจังหวัดพังงา รับผิดชอบพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ต่อมาในปี 2558 สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ได้ยกสถานะขึ้นเป็นสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติฯ รับผิดชอบดูแลจังหวัดทางฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด ได้แก่ พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เนื่องจากเมื่อเกิดกรณีภัยพิบัติขึ้นพร้อมกันหลายจังหวัด สถานีกาชาดสิรินธร สถานีกาชาดที่ 12 ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ครอบคลุมและทันเวลา ประกอบกับฝั่งอันดามันยังไม่มีสถานีกาชาด

         โอกาสนี้ ทอดพระเนตรคลังสัมภาระเพื่อการบรรเทาทุกข์ ประกอบด้วย เครื่องอุปโภค บริโภค, ระบบสารสนเทศการเงิน สภากาชาดไทย, ระบบประชุมทางไกล และนิทรรศการผลงานของสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมีภารกิจ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดการภัยพิบัติ เป็นศูนย์ประสานงาน ปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทยในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน เพื่อปฏิบัติงานทั้งระยะก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย, ด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส โดยส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ส่งเสริมอาชีพ เพื่อให้สามารถดูแลช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมตามวัย รวมทั้งให้บริการเยี่ยมบ้าน ตรวจรักษาเบื้องต้น ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม กรณีไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และด้านการรักษาพยาบาลส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ซึ่งจะลงพื้นที่ในหมู่บ้านถาวรของสภากาชาดไทย ได้แก่ หมู่บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย-ศุภนิมิตร ตำบลคุระ และหมู่บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย บ้านทุ่งรัก ตำบลแม่นางขาว อำเภอคุระบุรี, หมู่บ้านกาชาดพรุเตียว ตำบลบางนายสี อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการการจัดเตรียมชุมชนพร้อมรับภัยพิบัติใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดพังงา 15 ชุมชน 4 อำเภอ และจังหวัดตรัง 14 ชุมชน 3 อำเภอ รวมทั้งการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง โดยมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วให้ความช่วยเหลือและปฐมพยาบาลผู้ประสบภัย

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในภาวะที่พืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ กำลังประสบปัญหาเรื่องราคาตกต่ำ เป็นระยะเวลาติดต่อกันยาวนาน ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จังหวัดพังงาจึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชเสริมรายได้ และได้เปิดตลาดนัดเกษตรบริเวณลานด้านหน้าองค์หลวงพ่อทวด ข้างศาลากลางจังหวัดพังงา ในทุกเช้าวันศุกร์ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่มีผลผลิตไม่มากและไม่สามารถเข้าถึงตลาดได้ด้วยตนเอง และต้องขายผลผลิตผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาต่ำ
        นายสมชาย บริพันธุ์ เกษตรจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า การมีตลาดให้กับเกษตรกรรายย่อยจะเป็นการช่วยเกษตรกรไม่ให้ประสบกับภาวะขาดทุนได้ และเป็นการลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรด้วย ซึ่งไม่ต้องรวบรวมผลผลิต ที่มีจำนวนน้อยไปหาตลาดที่มีระยะทางไกลจากแหล่งผลิต ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้น เกษตรกรสามารถจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ตัดปัญหาเรื่องพ่อค้าคนกลาง เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ทำให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต ให้สินค้ามีคุณลักษณะและปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า ส่งผลให้เกษตรกรสามารถช่วยเหลือตนเองได้แบบค่อยเป็นค่อยไป เป็นวิถีการดำเนินงานที่เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรในการผลิตสินค้าเกษตรที่ดีและสามารถพึ่งตนเองได้ในที่สุด


สำหรับเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจที่จะนำผลผลิตการเกษตรไปจำหน่าย ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา โทรศัพท์ 0 7648 1466

        จังหวัดพังงาระเบิดศึก แบดมินตัน “ SCG Junior Badminton Championship 2017" ชิงแชมป์เยาวชนภาคใต้ ครั้งที่ 37
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพังงา อ.เมืองพังงา นายรวยชัย กิตติพรหมวงศ์ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดการแข่งขันแบดมินตันเยาวชนชิงชนะเลิศภาคใต้ “ SCG Junior Badminton Championship 2013 ” โดยมี นางรุ้งเพชร รอดแก้ว ผอ.กกท.พังงา พร้อมด้วย นายสมมาตร นวลขาว ผู้แทนสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย นายศักดิ์ชาย แก้วเขียวประธานชมรมแบดมินตันจังหวัดพังงานักกีฬา ผู้ฝึกสอนและผู้ปกครองเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
        นายรวยชัย กิตติพรหมวงศ์ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันแบดมินตันรายการชิงชนะเลิศเยาวชนภาคใต้ ครั้งที่ 37 ชมรมแบดมินตันจังหวัดพังงา ได้รับเกียรติจากสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระหว่างวันที่8-11 พฤษภาคม 2560 เพื่อส่งเสริมกีฬาแบดมินตันให้แพร่หลายยิ่งขึ้น และคัดหานักกีฬารุ่นใหม่ทดแทนรุ่นเก่า ในการแข่งขันครั้งนี้ จัดแบ่งนักกีฬาเป็น 3 รุ่นอายุ คือ รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี 16 ปี และ 18 ปี ชาย-หญิง มีนักกีฬาจากจังหวัดต่างๆ จากทั่วภาคใต้ สมัครเข้าร่วมการแข่งขันกว่า100 คน ผู้ชนะที่ 1-3 จะได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันชิงชนะเลิศ เยาวชนแห่งประเทศไทย ที่ กรุงเทพมหานคร ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ นอกจากจะปลุกกระแสให้เยาวชนในจังหวัดพังงาได้หันมาให้ความสนใจในกีฬาแบดมินตันแล้ว ยังได้ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวภายในจังหวัดให้คึกคักเพิ่มขึ้นอีกเพราะมีนักกีฬาพร้อมด้วยผู้ฝึกสอนและผู้ปกครองเดินทางเข้ามาในจังหวัดพังงา มากกว่า300 คน


เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 28 เมษายน 2560 ที่กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไคร อ.ทับปุด จ.พังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายบำรุง ปิยนามวาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา นำคณะนักท่องเที่ยว กลุ่มท่องเที่ยวชุมชน และสื่อมวลชน ลงเรือหัวโทงล่องในลำคลองมะรุ่ย เดินทางสู่หาดทรายร้อนในคลองมะรุ่ยเขตแดนติดต่อระหว่างจังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไคร จัดโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ “สปาโคลนร้อน หาดทรายร้อนและน้ำเค็มร้อน”แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งกำลังเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในธรรมชาติเป็นอย่างมาก โดยกิจกรรมประกอบด้วยการนั่งเรือหัวโทงชมธรรมชาติยามเช้าในลำคลองมะรุ่ย พอถึงหาดทรายร้อนจะมีการเดินย่ำบนผืนทรายที่มีอุณหภูมิร้อนกำลังดี ต่อด้วยการแช่เท้าในโคลนร้อนเป็นเวลา 10 นาทีเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน ก่อนจะไปล้างน้ำเย็นในลำคลอง จากนั้นก็จะมีการนำโคลนร้อนซึ่งอยู่ลึกลงไปจากดินเลนประมาณ1 เมตร ซึ่งเป็นโคลนร้อนที่มีสีดำสนิทและอุณหภูมิกำลังดี พอกลงไปตามร่างกายตามจุดที่ต้องการ แล้วให้นั่งหรือนอนพักเป็นเวลา 15 นาทีและรับเครื่องดื่มยามเช้าที่เสริฟพร้อมกับขนมพื้นบ้าน จากนั้นจึงล้างโคลนออกด้วยน้ำในลำคลอง และใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดที่ใบหน้า ซึ่งพบว่าหลังจากทำกิจกรรมเสร็จสิ้นได้สร้างความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย ส่วนในจุดที่มีการพอกโคลนร้อนนั้นรู้สึกชุ่มชื่นผิวและนิ่มนวลขึ้นอีกด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า จังหวัดพังงาได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนในจังหวัดพังงา ซึ่งสอดคล้องกับการท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำหรับหาดทรายร้อน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หาดน้ำร้อน” อยู่ในคลองมะรุ่ย รอยต่อระหว่างจังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ เกิดจากรอยแยกของเปลือกโลกชื่อ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย จะพบได้เฉพาะตอนน้ำทะเลลดระดับลงเท่านั้น ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดน้ำทะเลร้อน ทรายร้อนและโคลนร้อน ชาวบ้านในพื้นที่ใช้บำบัดโรคเหน็บชา ปวดเมื่อย ในตอนเช้าจะพบหมอกควันสีขาวอยู่รายรอบบริเวณหาด วิสาหกิจชุมชน กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไคร ได้เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจโดยสามารถเที่ยวได้เดือนละ 10 วันเท่านั้น สอบถามรายละเอียดและติดต่อได้ที่ คุณสมพร สาระการ โทรศัพท์ 087-8860465

พังงา - ทหารบก ร่วมกับจังหวัดพังงา ใช้รถ GMC ทำปะการังเทียม เพื่อเป็นอุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเล และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หน้าอ่าวเขาหลัก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง
        23 เม.ย. พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานมอบรถ GMC ที่ปลดระวางแล้วเพื่อใช้เป็นอุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเลจังหวัดพังงา เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมี นายมานิต เพียรทอง ปลัดจังหวัดพังงา นายสมพงศ์ ดาวพิเศษ ประธานมูลนิธิรักษ์เขาหลัก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มูลนิธิรักษ์เขาหลัก กองทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเขาหลัก และพี่น้องประชาชนชาวเขาหลักเข้าร่วมกิจกรรมการจัดวางยุทโธปกรณ์ในครั้งนี้
        นายสมพงศ์ ดาวพิเศษ ประธานมูลนิธิรักษ์เขาหลัก เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทางทะเลที่มีความสำคัญ มีความสวยงาม และมีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นชายหาดที่ทอดยาว น้ำทะเลที่ใสสะอาด แนวปะการังใต้ท้องทะเลที่งดงาม รวมถึงธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ กลายเป็นที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงา เป็นลำดับต้นๆของจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน จนสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนปีละหลายหมื่นล้านบาท กระทั่งเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ เมื่อปี พ.ศ.2547 ได้สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน ทรัพย์สินของประชาชน และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเขาหลัก จนส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก ประชาชน ชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน จึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้กลับคืนมาดังเดิม มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้มีสวยงามเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาอีกครั้ง จังหวัดพังงา จึงได้ร่วมกับมูลนิธิรักษ์เขาหลัก และผู้ประกอบการท่องเที่ยวย่านเขาหลัก ทำโครงการอุทยานการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมใต้ทะเลแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการฟื้นฟูทะเลไทยให้คงความสมบูรณ์ ด้วยการทำประติมากรรมเล่าเรื่องราวของจังหวัดพังงา นำไปจัดวางในบริเวณที่มีการจัดวางปะการังเทียม และเรือ ต.13 ที่มีการวางไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยเริ่มจากประติมากรรมปูนปั้นรูปเต่าทะเล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพังงา ส่วนครั้งนี้ได้ขอรับการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ คือ รถที่ปลดประจำการจากกองทัพบกจำนวน 20 คัน เพื่อนำมาจัดวางเพิ่มเติม ให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และในปีต่อๆ ไป จะนำประติมากรรมรูปปั้นเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมวิถีชีวิตของประชาชนในจังหวัดพังงา และนำยุทโธปกรณ์ไปจัดวางเพิ่มเติม เพื่อจัดสร้างอุทยานการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ เพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา และฝั่งทะเลอันดามัน โดยหวังจะให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใต้ทะเลอีกแห่งหนึ่งของโลก
        พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ของการทำโครงการในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการดูแลสิ่งแวดล้อม เป็นบ้านของปลา และเป็นแหล่งดำน้ำแหล่งใหม่ของจังหวัดพังงา และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ดูแลมาโดยตลอดที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ได้เคยนำรถถังลงไปวาง และได้ขยายโครงการต่อมายังจังหวัดพังงา ด้วยรถทหารอีก 20 คัน โดยการมีส่วนร่วมของทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ ได้ร่วมกันทำตามนโยบายประชารัฐ และจะทำต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน พร้อมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนทั้งชาวไทย และต่างชาติเข้ามาดูความงดงามที่เกิดขึ้น

หน้าที่ 1 จาก 5
   
© จังหวัดพังงา