Black Ribbon
   
ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ (65)

ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัด

      วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 เวลา 09.18 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย ไปยังโรงเรียนเยาววิทย์ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา ทรงเปิดสถาบัน "Yaowayit Pre-Vocation Education Academies" ซึ่งเป็น "ศูนย์เตรียมอาชีวศึกษา" แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดการเรียนการสอนในระดับเตรียมอาชีวศึกษา นอกเหนือหลักสูตรปกติ โดยความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน คือ โรงเรียน สถาบันอาชีวศึกษา และภาคธุรกิจ มีแนวคิดโดยรวมธุรกิจกับความเป็นมืออาชีพด้านการศึกษามาบูรณาการร่วมกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของนักเรียน ด้วยประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง

         โรงเรียนเยาววิทย์ เป็นโรงเรียนประชาสงเคราะห์แบบกินนอนสำหรับเด็กด้อยโอกาส ก่อตั้งโดยมูลนิธิ Children's World Academy เมื่อปี 2548 เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมีทักษะในการใช้ชีวิต ปัจจุบัน มีนักเรียนในอุปถัมภ์ อายุ 4-18 ปี รวม 138 คน เปิดสอนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 และเป็นที่พักค้างสำหรับนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เข้าศึกษาในระดับที่สูงขึ้นในสถานศึกษาอื่น

         โอกาสนี้ เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคาร "Yaowayit Pre-Vocation Academies" ทอดพระเนตรการเรียนการสอนการท่องเที่ยว การโรงแรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "หลักสูตรการเตรียมอาชีวศึกษาด้านการบริการและที่พัก" ซึ่งได้ร่วมกับโรงแรมเครือแมริออท และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้น โดยมีสภาธุรกิจกลุ่มโรงแรมแมริออท ประเทศไทย รับจัดหาอาจารย์ประจำวิชา และส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการ มาฝึกสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาตอนต้น โดยนักเรียนในระดับประถมศึกษาจะได้รับการเรียนการสอนระหว่างการเรียนการสอนประจำสัปดาห์ ส่วนนักเรียนพักค้างในระดับที่สูงกว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะได้รับการศึกษาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยจะศึกษาภาคทฤษฎี 4 ด้านที่โรงเรียน ได้แก่ การทำอาหาร การทำงานแม่บ้าน พนักงานต้อนรับ และงานบริการห้องอาหาร และฝึกภาคปฏิบัติที่โรงแรมในเครือแมริออท เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์จริง

         จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน อาทิ "การเรียน 2 ภาษาระดับชั้นอนุบาล" โดยจุดเด่นของนักเรียนเยาววิทย์ คือ นักเรียนมีทักษะด้านภาษาอังกฤษดี เนื่องจากต้องสื่อสารกับครูชาวต่างชาติเป็นประจำ จึงเกิดความชำนาญ และกล้าสื่อสารภาษาอังกฤษ และ"การเรียนการสอนหลักสูตรแอโรสมิธ" เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับสมอง ผ่านกระบวนการฝึกคิดแก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ อันเกิดจากการได้รับการกระตุ้นทางจิตใจไม่เพียงพอ หรือไม่ได้รับการเอาใจใส่เพียงพอจากครูในช่วงปฐมวัย โดยเป็นการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการพูด รวมถึงนักเรียนที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ขั้นรุนแรง เช่น โรคความบกพร่องทางการอ่าน ให้สามารถตอบสนองการเรียนรู้ได้ และมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เตรียมอาชีวศึกษาเยาววิทย์ด้านการเกษตรในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยใช้พื้นที่แปลงเกษตรของโรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู้การเกษตรแบบยั่งยืน เน้นการฟื้นฟูและใช้รูปแบบวัฏจักรระบบนิเวศวิทยาให้เกิดประโชยน์

         เวลา 11.38 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ที่อำเภอเมือง จังหวัดพังงา หรือเดิมคือ สถานีกาชาดสิรินธร สาขาจังหวัดพังงา รับผิดชอบพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ต่อมาในปี 2558 สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ได้ยกสถานะขึ้นเป็นสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติฯ รับผิดชอบดูแลจังหวัดทางฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด ได้แก่ พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เนื่องจากเมื่อเกิดกรณีภัยพิบัติขึ้นพร้อมกันหลายจังหวัด สถานีกาชาดสิรินธร สถานีกาชาดที่ 12 ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ครอบคลุมและทันเวลา ประกอบกับฝั่งอันดามันยังไม่มีสถานีกาชาด

         โอกาสนี้ ทอดพระเนตรคลังสัมภาระเพื่อการบรรเทาทุกข์ ประกอบด้วย เครื่องอุปโภค บริโภค, ระบบสารสนเทศการเงิน สภากาชาดไทย, ระบบประชุมทางไกล และนิทรรศการผลงานของสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมีภารกิจ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดการภัยพิบัติ เป็นศูนย์ประสานงาน ปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทยในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน เพื่อปฏิบัติงานทั้งระยะก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย, ด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส โดยส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ส่งเสริมอาชีพ เพื่อให้สามารถดูแลช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมตามวัย รวมทั้งให้บริการเยี่ยมบ้าน ตรวจรักษาเบื้องต้น ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม กรณีไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และด้านการรักษาพยาบาลส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ซึ่งจะลงพื้นที่ในหมู่บ้านถาวรของสภากาชาดไทย ได้แก่ หมู่บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย-ศุภนิมิตร ตำบลคุระ และหมู่บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย บ้านทุ่งรัก ตำบลแม่นางขาว อำเภอคุระบุรี, หมู่บ้านกาชาดพรุเตียว ตำบลบางนายสี อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการการจัดเตรียมชุมชนพร้อมรับภัยพิบัติใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดพังงา 15 ชุมชน 4 อำเภอ และจังหวัดตรัง 14 ชุมชน 3 อำเภอ รวมทั้งการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง โดยมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วให้ความช่วยเหลือและปฐมพยาบาลผู้ประสบภัย

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในภาวะที่พืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ กำลังประสบปัญหาเรื่องราคาตกต่ำ เป็นระยะเวลาติดต่อกันยาวนาน ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จังหวัดพังงาจึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชเสริมรายได้ และได้เปิดตลาดนัดเกษตรบริเวณลานด้านหน้าองค์หลวงพ่อทวด ข้างศาลากลางจังหวัดพังงา ในทุกเช้าวันศุกร์ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่มีผลผลิตไม่มากและไม่สามารถเข้าถึงตลาดได้ด้วยตนเอง และต้องขายผลผลิตผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาต่ำ
        นายสมชาย บริพันธุ์ เกษตรจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า การมีตลาดให้กับเกษตรกรรายย่อยจะเป็นการช่วยเกษตรกรไม่ให้ประสบกับภาวะขาดทุนได้ และเป็นการลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรด้วย ซึ่งไม่ต้องรวบรวมผลผลิต ที่มีจำนวนน้อยไปหาตลาดที่มีระยะทางไกลจากแหล่งผลิต ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้น เกษตรกรสามารถจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ตัดปัญหาเรื่องพ่อค้าคนกลาง เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ทำให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต ให้สินค้ามีคุณลักษณะและปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า ส่งผลให้เกษตรกรสามารถช่วยเหลือตนเองได้แบบค่อยเป็นค่อยไป เป็นวิถีการดำเนินงานที่เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรในการผลิตสินค้าเกษตรที่ดีและสามารถพึ่งตนเองได้ในที่สุด


สำหรับเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจที่จะนำผลผลิตการเกษตรไปจำหน่าย ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา โทรศัพท์ 0 7648 1466

        จังหวัดพังงาระเบิดศึก แบดมินตัน “ SCG Junior Badminton Championship 2017" ชิงแชมป์เยาวชนภาคใต้ ครั้งที่ 37
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพังงา อ.เมืองพังงา นายรวยชัย กิตติพรหมวงศ์ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดการแข่งขันแบดมินตันเยาวชนชิงชนะเลิศภาคใต้ “ SCG Junior Badminton Championship 2013 ” โดยมี นางรุ้งเพชร รอดแก้ว ผอ.กกท.พังงา พร้อมด้วย นายสมมาตร นวลขาว ผู้แทนสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย นายศักดิ์ชาย แก้วเขียวประธานชมรมแบดมินตันจังหวัดพังงานักกีฬา ผู้ฝึกสอนและผู้ปกครองเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
        นายรวยชัย กิตติพรหมวงศ์ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันแบดมินตันรายการชิงชนะเลิศเยาวชนภาคใต้ ครั้งที่ 37 ชมรมแบดมินตันจังหวัดพังงา ได้รับเกียรติจากสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระหว่างวันที่8-11 พฤษภาคม 2560 เพื่อส่งเสริมกีฬาแบดมินตันให้แพร่หลายยิ่งขึ้น และคัดหานักกีฬารุ่นใหม่ทดแทนรุ่นเก่า ในการแข่งขันครั้งนี้ จัดแบ่งนักกีฬาเป็น 3 รุ่นอายุ คือ รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี 16 ปี และ 18 ปี ชาย-หญิง มีนักกีฬาจากจังหวัดต่างๆ จากทั่วภาคใต้ สมัครเข้าร่วมการแข่งขันกว่า100 คน ผู้ชนะที่ 1-3 จะได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันชิงชนะเลิศ เยาวชนแห่งประเทศไทย ที่ กรุงเทพมหานคร ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ นอกจากจะปลุกกระแสให้เยาวชนในจังหวัดพังงาได้หันมาให้ความสนใจในกีฬาแบดมินตันแล้ว ยังได้ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวภายในจังหวัดให้คึกคักเพิ่มขึ้นอีกเพราะมีนักกีฬาพร้อมด้วยผู้ฝึกสอนและผู้ปกครองเดินทางเข้ามาในจังหวัดพังงา มากกว่า300 คน


เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 28 เมษายน 2560 ที่กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไคร อ.ทับปุด จ.พังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายบำรุง ปิยนามวาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา นำคณะนักท่องเที่ยว กลุ่มท่องเที่ยวชุมชน และสื่อมวลชน ลงเรือหัวโทงล่องในลำคลองมะรุ่ย เดินทางสู่หาดทรายร้อนในคลองมะรุ่ยเขตแดนติดต่อระหว่างจังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไคร จัดโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ “สปาโคลนร้อน หาดทรายร้อนและน้ำเค็มร้อน”แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งกำลังเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในธรรมชาติเป็นอย่างมาก โดยกิจกรรมประกอบด้วยการนั่งเรือหัวโทงชมธรรมชาติยามเช้าในลำคลองมะรุ่ย พอถึงหาดทรายร้อนจะมีการเดินย่ำบนผืนทรายที่มีอุณหภูมิร้อนกำลังดี ต่อด้วยการแช่เท้าในโคลนร้อนเป็นเวลา 10 นาทีเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน ก่อนจะไปล้างน้ำเย็นในลำคลอง จากนั้นก็จะมีการนำโคลนร้อนซึ่งอยู่ลึกลงไปจากดินเลนประมาณ1 เมตร ซึ่งเป็นโคลนร้อนที่มีสีดำสนิทและอุณหภูมิกำลังดี พอกลงไปตามร่างกายตามจุดที่ต้องการ แล้วให้นั่งหรือนอนพักเป็นเวลา 15 นาทีและรับเครื่องดื่มยามเช้าที่เสริฟพร้อมกับขนมพื้นบ้าน จากนั้นจึงล้างโคลนออกด้วยน้ำในลำคลอง และใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดที่ใบหน้า ซึ่งพบว่าหลังจากทำกิจกรรมเสร็จสิ้นได้สร้างความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย ส่วนในจุดที่มีการพอกโคลนร้อนนั้นรู้สึกชุ่มชื่นผิวและนิ่มนวลขึ้นอีกด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า จังหวัดพังงาได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนในจังหวัดพังงา ซึ่งสอดคล้องกับการท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำหรับหาดทรายร้อน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หาดน้ำร้อน” อยู่ในคลองมะรุ่ย รอยต่อระหว่างจังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ เกิดจากรอยแยกของเปลือกโลกชื่อ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย จะพบได้เฉพาะตอนน้ำทะเลลดระดับลงเท่านั้น ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดน้ำทะเลร้อน ทรายร้อนและโคลนร้อน ชาวบ้านในพื้นที่ใช้บำบัดโรคเหน็บชา ปวดเมื่อย ในตอนเช้าจะพบหมอกควันสีขาวอยู่รายรอบบริเวณหาด วิสาหกิจชุมชน กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไคร ได้เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจโดยสามารถเที่ยวได้เดือนละ 10 วันเท่านั้น สอบถามรายละเอียดและติดต่อได้ที่ คุณสมพร สาระการ โทรศัพท์ 087-8860465

พังงา - ทหารบก ร่วมกับจังหวัดพังงา ใช้รถ GMC ทำปะการังเทียม เพื่อเป็นอุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเล และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หน้าอ่าวเขาหลัก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง
        23 เม.ย. พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานมอบรถ GMC ที่ปลดระวางแล้วเพื่อใช้เป็นอุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเลจังหวัดพังงา เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมี นายมานิต เพียรทอง ปลัดจังหวัดพังงา นายสมพงศ์ ดาวพิเศษ ประธานมูลนิธิรักษ์เขาหลัก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มูลนิธิรักษ์เขาหลัก กองทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเขาหลัก และพี่น้องประชาชนชาวเขาหลักเข้าร่วมกิจกรรมการจัดวางยุทโธปกรณ์ในครั้งนี้
        นายสมพงศ์ ดาวพิเศษ ประธานมูลนิธิรักษ์เขาหลัก เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทางทะเลที่มีความสำคัญ มีความสวยงาม และมีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นชายหาดที่ทอดยาว น้ำทะเลที่ใสสะอาด แนวปะการังใต้ท้องทะเลที่งดงาม รวมถึงธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ กลายเป็นที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงา เป็นลำดับต้นๆของจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน จนสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนปีละหลายหมื่นล้านบาท กระทั่งเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ เมื่อปี พ.ศ.2547 ได้สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน ทรัพย์สินของประชาชน และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเขาหลัก จนส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก ประชาชน ชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน จึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้กลับคืนมาดังเดิม มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้มีสวยงามเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาอีกครั้ง จังหวัดพังงา จึงได้ร่วมกับมูลนิธิรักษ์เขาหลัก และผู้ประกอบการท่องเที่ยวย่านเขาหลัก ทำโครงการอุทยานการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมใต้ทะเลแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการฟื้นฟูทะเลไทยให้คงความสมบูรณ์ ด้วยการทำประติมากรรมเล่าเรื่องราวของจังหวัดพังงา นำไปจัดวางในบริเวณที่มีการจัดวางปะการังเทียม และเรือ ต.13 ที่มีการวางไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยเริ่มจากประติมากรรมปูนปั้นรูปเต่าทะเล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพังงา ส่วนครั้งนี้ได้ขอรับการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ คือ รถที่ปลดประจำการจากกองทัพบกจำนวน 20 คัน เพื่อนำมาจัดวางเพิ่มเติม ให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และในปีต่อๆ ไป จะนำประติมากรรมรูปปั้นเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมวิถีชีวิตของประชาชนในจังหวัดพังงา และนำยุทโธปกรณ์ไปจัดวางเพิ่มเติม เพื่อจัดสร้างอุทยานการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ เพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา และฝั่งทะเลอันดามัน โดยหวังจะให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใต้ทะเลอีกแห่งหนึ่งของโลก
        พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ของการทำโครงการในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการดูแลสิ่งแวดล้อม เป็นบ้านของปลา และเป็นแหล่งดำน้ำแหล่งใหม่ของจังหวัดพังงา และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ดูแลมาโดยตลอดที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ได้เคยนำรถถังลงไปวาง และได้ขยายโครงการต่อมายังจังหวัดพังงา ด้วยรถทหารอีก 20 คัน โดยการมีส่วนร่วมของทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ ได้ร่วมกันทำตามนโยบายประชารัฐ และจะทำต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน พร้อมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนทั้งชาวไทย และต่างชาติเข้ามาดูความงดงามที่เกิดขึ้น

จังหวัดพังงา จัดงาน 12 ทศวรรษแห่งความภักดี 120 ปี เมืองทับปุด ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลร.9  

นายบำรุง ปิยนามวาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา เปิดงาน12 ทศวรรษแห่งความภักดี 120 ปี เมืองทับปุด ที่จัดขึ้นระหว่าง 19-28 เมษายน 2560 โดยมีนายปภาวิน แสงสุริยา นายอำเภอทับปุดพร้อมด้วยข้าราชการ และชาวอำเภอทับปุดร่วมกิจกรรม โดยก่อนเปิดงาน ประชาชนยืนสงบนิ่ง 89 วินาที ถวายความอาลัยในหลวง ร.9 พร้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขยายผลให้ประชาชนอำเภอทับปุด  ยึดหลัก ตามรอยพ่อพอเพียง เป็นหลักในการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน และจัดต่อเนื่อง ทับปุดเมืองคุณธรรม ในเดือนพฤษภาคม 2560 ด้าน นายอำเภอทับปุด กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวเป็นการทำบุญเมือง 2 ศาสนา อุทิศบุญกุศลแก่บรรพชนคนรุ่นก่อน ผู้สร้างบ้านแปงเมืองจนรุ่งเรืองถึงทุกวันนี้ เพื่อพัฒนาองค์รวมมุ่งสู่ทับปุดเมืองแห่งความสุขด้วยการอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมประเพณีประจำถิ่น ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนของดีเมือง ทับปุดวางรากฐานด้านการท่องเที่ยวและเสริมสร้างความรู้รักสามัคคีตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนและเสริมสร้างความปรองดองสามัคคีตามนโยบายรัฐบาล กิจกรรม ประกอบด้วยนิทรรศการเศรษฐกิจพอเพียง ผลผลิตด้านการเกษตร การแข่งขันกินขนมขี้มอด การประกวดผลิตผลด้านการเกษตรปาล์มน้ำมัน การแสดงกลองยาวของนักเรียน และการแสดงแสงสีเสียงเล่าขานตำนานเมืองทับปุด

        นายชูชาติ อ่อนเจริญ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานพังงา เผยว่า ในช่วงสงกรานต์ปีนี้อัตราการเข้าพักของจังหวัดพังงากำลังเติบโต โดยอัตราการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 75% จากคาดการณ์นักท่องเที่ยว และนักทัศนาจรที่จะมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาสูงถึง 150,000 คนและรายได้เฉลี่ยต่อคนของนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ 2,675 บาท รายได้เฉลี่ยต่อคนของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ที่ 4,255 บาท ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนกว่า 400 ล้านบาท และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึงช่วงเทศกาล เพราะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งมีพฤติกรรมที่นิยมจองห้องพักก่อนช่วงวันเดินทาง 1-2 อาทิตย์ 

         ซึ่งจากข้อมูลที่เก็บได้เป็นการคาดการณ์เบื้องต้น ซึ่งเชื่อว่าจะสูงขึ้นอย่างน้อย 5-10% อย่างแน่นอน ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นยังคงมีเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาพำนักที่จังหวัดพังงา ในช่วงสงกรานต์นี้ เช่น ชาวเยอรมัน สแกนดิเนเวีย ยุโรปและนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย ยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีโอกาสที่จะเดินทางมาเข้ามาสูงถึง 200,000 คน เมื่อใกล้ช่วงเทศกาล 

ซึ่งสงกรานต์ปีนี้ สำนักงาน ททท.พังงา ยังคงส่งเสริมในรูปแบบของ “ท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” ทั้งนี้ ในช่วงนี้ยังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอเมริกา และตลาดยุโรปบางส่วนกลับมาพักที่จังหวัดพังงามากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก และขณะเดียวกัน ตลาดกลุ่มต่างๆ ก็เติบโตมากขึ้นเช่นกัน 

วันที่ 6 เมษายน 2560 ที่ห้องประชุมศูนย์ศึกษาวิจัยศิลปกรรมวัฒนธรรมและประเพณีแห่งอันดามัน จังหวัดพังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นำหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมประกอบพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ โดยได้ถวายพานพุ่มดอกไม้สด ถวายราชสักการะหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ กล่าวอาศิรวาทราชสดุดี พร้อมประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่กษัตริย์ทุกพระองค์ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
"วันจักรี" ตรงกับวันที่ 6 เมษายน ของทุกปี ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ชาวไทยจะได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ที่ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นปฐมบรมกษัตริย์ แห่งราชวงศ์จักรี ในวันที่ 6 เมษายน 2325 พระองค์ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ซึ่งกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเจริญรอยตามพระยุคลบาทสืบต่อกันมา โดยทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อรักษาบ้านเมือง ปกป้องแผ่นดินไทย และทรงสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

วันพฤหัสบดี, 06 เมษายน 2560 07:24

"ช้างน้อย Junior Scout”

Written by

        ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อ.เมืองพังงา นายอุดม นาคบุตร ผอ.โรงเรียนอนุบาลช้าง เขตเทศบาลเมืองพังงา พร้อมด้วยคณะครู-อาจารย์ นำเด็กนักเรียนทั้งหญิงและชายในระดับชั้นอนุบาล 2-3 กว่า 100คน เปิดกิจกรรมกองลูกเสือปฐมวัย ช้างน้อย Junior scout เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการของเด็กในวัยปฐมวัย เป็นครั้งแรกของจังหวัดพังงา โดยมีการสร้างฐานการเรียนรู้ ฐานพิสูจน์ความกล้าหาญ และฐานสร้างความสามัคคี ซึ่งสร้างความสนุกสนานให้กับเด็กๆที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก
        อาจารย์พนารัตน์ สนิทรักษ์ ผู้กำกับกองลูกเสือโรงเรียนอนุบาลช้าง กล่าวว่า กองลูกเสือปฐมวัย "ช้างน้อย Junior Scout” เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กในวัยปฐมวัย ในทางกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา จิตใจ ศีลธรรม ความมีระเบียบวินัย ความสามัคคี ความเสียสละ บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ มีทักษะ และมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ โดยถือว่าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของแผนการฝึกอบรมที่ต่อเนื่องกันกับของเด็กในวัยต่าง ๆ ที่อยู่ในกระบวนการลูกเสือ เตรียมความพร้อมในการเป็นลูกเสือสำรองต่อไป

หน้าที่ 1 จาก 5
   
© จังหวัดพังงา