ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ (300)

ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัด


เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 28 เมษายน 2560 ที่กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไคร อ.ทับปุด จ.พังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายบำรุง ปิยนามวาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา นำคณะนักท่องเที่ยว กลุ่มท่องเที่ยวชุมชน และสื่อมวลชน ลงเรือหัวโทงล่องในลำคลองมะรุ่ย เดินทางสู่หาดทรายร้อนในคลองมะรุ่ยเขตแดนติดต่อระหว่างจังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไคร จัดโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ “สปาโคลนร้อน หาดทรายร้อนและน้ำเค็มร้อน”แห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งกำลังเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในธรรมชาติเป็นอย่างมาก โดยกิจกรรมประกอบด้วยการนั่งเรือหัวโทงชมธรรมชาติยามเช้าในลำคลองมะรุ่ย พอถึงหาดทรายร้อนจะมีการเดินย่ำบนผืนทรายที่มีอุณหภูมิร้อนกำลังดี ต่อด้วยการแช่เท้าในโคลนร้อนเป็นเวลา 10 นาทีเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน ก่อนจะไปล้างน้ำเย็นในลำคลอง จากนั้นก็จะมีการนำโคลนร้อนซึ่งอยู่ลึกลงไปจากดินเลนประมาณ1 เมตร ซึ่งเป็นโคลนร้อนที่มีสีดำสนิทและอุณหภูมิกำลังดี พอกลงไปตามร่างกายตามจุดที่ต้องการ แล้วให้นั่งหรือนอนพักเป็นเวลา 15 นาทีและรับเครื่องดื่มยามเช้าที่เสริฟพร้อมกับขนมพื้นบ้าน จากนั้นจึงล้างโคลนออกด้วยน้ำในลำคลอง และใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดที่ใบหน้า ซึ่งพบว่าหลังจากทำกิจกรรมเสร็จสิ้นได้สร้างความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย ส่วนในจุดที่มีการพอกโคลนร้อนนั้นรู้สึกชุ่มชื่นผิวและนิ่มนวลขึ้นอีกด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า จังหวัดพังงาได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนในจังหวัดพังงา ซึ่งสอดคล้องกับการท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำหรับหาดทรายร้อน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หาดน้ำร้อน” อยู่ในคลองมะรุ่ย รอยต่อระหว่างจังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ เกิดจากรอยแยกของเปลือกโลกชื่อ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย จะพบได้เฉพาะตอนน้ำทะเลลดระดับลงเท่านั้น ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดน้ำทะเลร้อน ทรายร้อนและโคลนร้อน ชาวบ้านในพื้นที่ใช้บำบัดโรคเหน็บชา ปวดเมื่อย ในตอนเช้าจะพบหมอกควันสีขาวอยู่รายรอบบริเวณหาด วิสาหกิจชุมชน กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไคร ได้เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจโดยสามารถเที่ยวได้เดือนละ 10 วันเท่านั้น สอบถามรายละเอียดและติดต่อได้ที่ คุณสมพร สาระการ โทรศัพท์ 087-8860465

พังงา - ทหารบก ร่วมกับจังหวัดพังงา ใช้รถ GMC ทำปะการังเทียม เพื่อเป็นอุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเล และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หน้าอ่าวเขาหลัก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง
        23 เม.ย. พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานมอบรถ GMC ที่ปลดระวางแล้วเพื่อใช้เป็นอุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเลจังหวัดพังงา เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมี นายมานิต เพียรทอง ปลัดจังหวัดพังงา นายสมพงศ์ ดาวพิเศษ ประธานมูลนิธิรักษ์เขาหลัก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มูลนิธิรักษ์เขาหลัก กองทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเขาหลัก และพี่น้องประชาชนชาวเขาหลักเข้าร่วมกิจกรรมการจัดวางยุทโธปกรณ์ในครั้งนี้
        นายสมพงศ์ ดาวพิเศษ ประธานมูลนิธิรักษ์เขาหลัก เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทางทะเลที่มีความสำคัญ มีความสวยงาม และมีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นชายหาดที่ทอดยาว น้ำทะเลที่ใสสะอาด แนวปะการังใต้ท้องทะเลที่งดงาม รวมถึงธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ กลายเป็นที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงา เป็นลำดับต้นๆของจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน จนสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนปีละหลายหมื่นล้านบาท กระทั่งเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ เมื่อปี พ.ศ.2547 ได้สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน ทรัพย์สินของประชาชน และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเขาหลัก จนส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก ประชาชน ชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน จึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้กลับคืนมาดังเดิม มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้มีสวยงามเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาอีกครั้ง จังหวัดพังงา จึงได้ร่วมกับมูลนิธิรักษ์เขาหลัก และผู้ประกอบการท่องเที่ยวย่านเขาหลัก ทำโครงการอุทยานการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมใต้ทะเลแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการฟื้นฟูทะเลไทยให้คงความสมบูรณ์ ด้วยการทำประติมากรรมเล่าเรื่องราวของจังหวัดพังงา นำไปจัดวางในบริเวณที่มีการจัดวางปะการังเทียม และเรือ ต.13 ที่มีการวางไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยเริ่มจากประติมากรรมปูนปั้นรูปเต่าทะเล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพังงา ส่วนครั้งนี้ได้ขอรับการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ คือ รถที่ปลดประจำการจากกองทัพบกจำนวน 20 คัน เพื่อนำมาจัดวางเพิ่มเติม ให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และในปีต่อๆ ไป จะนำประติมากรรมรูปปั้นเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมวิถีชีวิตของประชาชนในจังหวัดพังงา และนำยุทโธปกรณ์ไปจัดวางเพิ่มเติม เพื่อจัดสร้างอุทยานการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ เพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา และฝั่งทะเลอันดามัน โดยหวังจะให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใต้ทะเลอีกแห่งหนึ่งของโลก
        พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ของการทำโครงการในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการดูแลสิ่งแวดล้อม เป็นบ้านของปลา และเป็นแหล่งดำน้ำแหล่งใหม่ของจังหวัดพังงา และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ดูแลมาโดยตลอดที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ได้เคยนำรถถังลงไปวาง และได้ขยายโครงการต่อมายังจังหวัดพังงา ด้วยรถทหารอีก 20 คัน โดยการมีส่วนร่วมของทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ ได้ร่วมกันทำตามนโยบายประชารัฐ และจะทำต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน พร้อมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนทั้งชาวไทย และต่างชาติเข้ามาดูความงดงามที่เกิดขึ้น

จังหวัดพังงา จัดงาน 12 ทศวรรษแห่งความภักดี 120 ปี เมืองทับปุด ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลร.9  

นายบำรุง ปิยนามวาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา เปิดงาน12 ทศวรรษแห่งความภักดี 120 ปี เมืองทับปุด ที่จัดขึ้นระหว่าง 19-28 เมษายน 2560 โดยมีนายปภาวิน แสงสุริยา นายอำเภอทับปุดพร้อมด้วยข้าราชการ และชาวอำเภอทับปุดร่วมกิจกรรม โดยก่อนเปิดงาน ประชาชนยืนสงบนิ่ง 89 วินาที ถวายความอาลัยในหลวง ร.9 พร้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขยายผลให้ประชาชนอำเภอทับปุด  ยึดหลัก ตามรอยพ่อพอเพียง เป็นหลักในการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน และจัดต่อเนื่อง ทับปุดเมืองคุณธรรม ในเดือนพฤษภาคม 2560 ด้าน นายอำเภอทับปุด กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวเป็นการทำบุญเมือง 2 ศาสนา อุทิศบุญกุศลแก่บรรพชนคนรุ่นก่อน ผู้สร้างบ้านแปงเมืองจนรุ่งเรืองถึงทุกวันนี้ เพื่อพัฒนาองค์รวมมุ่งสู่ทับปุดเมืองแห่งความสุขด้วยการอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมประเพณีประจำถิ่น ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนของดีเมือง ทับปุดวางรากฐานด้านการท่องเที่ยวและเสริมสร้างความรู้รักสามัคคีตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนและเสริมสร้างความปรองดองสามัคคีตามนโยบายรัฐบาล กิจกรรม ประกอบด้วยนิทรรศการเศรษฐกิจพอเพียง ผลผลิตด้านการเกษตร การแข่งขันกินขนมขี้มอด การประกวดผลิตผลด้านการเกษตรปาล์มน้ำมัน การแสดงกลองยาวของนักเรียน และการแสดงแสงสีเสียงเล่าขานตำนานเมืองทับปุด

        นายชูชาติ อ่อนเจริญ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานพังงา เผยว่า ในช่วงสงกรานต์ปีนี้อัตราการเข้าพักของจังหวัดพังงากำลังเติบโต โดยอัตราการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 75% จากคาดการณ์นักท่องเที่ยว และนักทัศนาจรที่จะมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาสูงถึง 150,000 คนและรายได้เฉลี่ยต่อคนของนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ 2,675 บาท รายได้เฉลี่ยต่อคนของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ที่ 4,255 บาท ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนกว่า 400 ล้านบาท และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึงช่วงเทศกาล เพราะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งมีพฤติกรรมที่นิยมจองห้องพักก่อนช่วงวันเดินทาง 1-2 อาทิตย์ 

         ซึ่งจากข้อมูลที่เก็บได้เป็นการคาดการณ์เบื้องต้น ซึ่งเชื่อว่าจะสูงขึ้นอย่างน้อย 5-10% อย่างแน่นอน ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นยังคงมีเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาพำนักที่จังหวัดพังงา ในช่วงสงกรานต์นี้ เช่น ชาวเยอรมัน สแกนดิเนเวีย ยุโรปและนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย ยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีโอกาสที่จะเดินทางมาเข้ามาสูงถึง 200,000 คน เมื่อใกล้ช่วงเทศกาล 

ซึ่งสงกรานต์ปีนี้ สำนักงาน ททท.พังงา ยังคงส่งเสริมในรูปแบบของ “ท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” ทั้งนี้ ในช่วงนี้ยังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอเมริกา และตลาดยุโรปบางส่วนกลับมาพักที่จังหวัดพังงามากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก และขณะเดียวกัน ตลาดกลุ่มต่างๆ ก็เติบโตมากขึ้นเช่นกัน 

วันที่ 6 เมษายน 2560 ที่ห้องประชุมศูนย์ศึกษาวิจัยศิลปกรรมวัฒนธรรมและประเพณีแห่งอันดามัน จังหวัดพังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นำหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมประกอบพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ โดยได้ถวายพานพุ่มดอกไม้สด ถวายราชสักการะหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ กล่าวอาศิรวาทราชสดุดี พร้อมประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่กษัตริย์ทุกพระองค์ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
"วันจักรี" ตรงกับวันที่ 6 เมษายน ของทุกปี ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ชาวไทยจะได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ที่ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นปฐมบรมกษัตริย์ แห่งราชวงศ์จักรี ในวันที่ 6 เมษายน 2325 พระองค์ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ซึ่งกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเจริญรอยตามพระยุคลบาทสืบต่อกันมา โดยทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อรักษาบ้านเมือง ปกป้องแผ่นดินไทย และทรงสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

วันพฤหัสบดี, 06 เมษายน 2560 07:24

"ช้างน้อย Junior Scout”

Written by

        ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อ.เมืองพังงา นายอุดม นาคบุตร ผอ.โรงเรียนอนุบาลช้าง เขตเทศบาลเมืองพังงา พร้อมด้วยคณะครู-อาจารย์ นำเด็กนักเรียนทั้งหญิงและชายในระดับชั้นอนุบาล 2-3 กว่า 100คน เปิดกิจกรรมกองลูกเสือปฐมวัย ช้างน้อย Junior scout เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการของเด็กในวัยปฐมวัย เป็นครั้งแรกของจังหวัดพังงา โดยมีการสร้างฐานการเรียนรู้ ฐานพิสูจน์ความกล้าหาญ และฐานสร้างความสามัคคี ซึ่งสร้างความสนุกสนานให้กับเด็กๆที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก
        อาจารย์พนารัตน์ สนิทรักษ์ ผู้กำกับกองลูกเสือโรงเรียนอนุบาลช้าง กล่าวว่า กองลูกเสือปฐมวัย "ช้างน้อย Junior Scout” เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กในวัยปฐมวัย ในทางกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา จิตใจ ศีลธรรม ความมีระเบียบวินัย ความสามัคคี ความเสียสละ บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ มีทักษะ และมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ โดยถือว่าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของแผนการฝึกอบรมที่ต่อเนื่องกันกับของเด็กในวัยต่าง ๆ ที่อยู่ในกระบวนการลูกเสือ เตรียมความพร้อมในการเป็นลูกเสือสำรองต่อไป

        นางรัตนา ชัยกิจ อายุ 53 ปี ชาวบ้านถ้ำ ม.2 ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เล่าว่า ตนเองมีอาชีพรับจ้างกรีดยางพารา และรับจ้างทั่วไป แต่ช่วงนี้ต้นยางพาราอยู่ระหว่างผลัดใบ ทำให้ต้องหยุดกรีดยาง 3 - 4 เดือน ตนจึงได้คิดหางานทำเพื่อเสริมรายได้ จึงได้เริ่มมาสานไม้กวาดดอกอ้อ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากรุ่นแม่ และไม่ต้องลงทุนอะไรมากใช้แค่ฝีมือและความอดทน ขั้นตอนในการทำค่อนข้างใช้เวลา เริ่มจากการออกไปหาวัตถุดิบคือต้นอ้อหรือต้อนดอกอ้อ ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะพบได้ตามระหว่างร่องสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน จากนั้นก็นำมาตากแดดไว้ประมาณ 3 - 4 วัน จนกว่าจะแห้ง แล้วจึงนำมาฟัดเหมือนฟัดข้าว เพื่อให้ดอกอ้อหลุดออกจากก้านจนหมด ขั้นตอนนี้ถือว่าลำบากมากเพราะดอกอ้อทำให้เกิดอาการระคายเคืองตามร่างกายและต้องทำกลางแดดที่ร้อน จากนั้นก็นำมามัดรวมกันเป็นมัดเล็กประมาณ 5 – 6 มัด ต่อจากนั้นนำทั้งหมดมาสานรวมกันทีละมัดจนครบ โดยใช้ลวดมัดให้แน่นก็จะได้ไม้กวาดดอกอ้อ 1 ด้าม ก่อนนำมาตกแต่งอีกครั้งเพื่อให้ดูสวยงาม วันหนึ่งสามารถผลิตไม้กวาดดอกอ้อได้ประมาณ 20 อัน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่หามาและความอดทนในการสาน สามารถนำไปขายในราคาอันละ 50 บาท วันหนึ่งทำไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งในช่วงที่ไม่ได้กรีดยาง

        นักปั่นจักรยานกว่า 50 คัน ร่วมปั่นทอดผ้าป่าสมทบทุนสร้างซุ้มประตู สำนักสงฆ์บ่อหิน ที่จ.พังงาที่หน้าร้านบ้านรถถีบตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พบนักปั่นจักรยานทั้งชาย และหญิง จำนวนกว่า 50 คน ในอำเภอตะกั่วป่า, อำเภอท้ายเหมือง อำเภอกะปง อำเภอคุระบุรี อำเภอเมืองพังงา และอำเภอใกล้เคียง ของจังหวัดพังงา มารวมตัวปั่นจักรยานเพื่อสมทบทุนสร้างซุ้มประตู สำนักสงฆ์บ่อหิน บ้านบางสัก ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า ซึ่งเป็นสำนักสงฆ์ที่อยู่ห่างไกล มีพระอาศัยอยู่เพียงรูปเดียว โดยขบวนจักรยานทั้งหมดได้เริ่มต้นจากร้านบ้านรถถีบตะกั่วป่า เลี้ยวซ้ายไปทางตลาดบางม่วง ผ่านชายหาดบางสัก และเลี้ยวซ้ายเข้าซอยบ่อหิน ซึ่งตลอดระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร จะผ่านเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ ทั้งนี้ในขบวนจักรยานจะมีถังผ้าป่าผูกติดท้ายรถและมีเงินปักอยู่ พร้อมมีรถสายตรวจของ สภ.ตะกั่วป่า นำขบวนจักรยานไปจนถึงสำนักสงฆ์บ่อหิน ระหว่างเส้นทางที่ขบวนจักรยานผ่านนั้นได้มีประชาชนที่เห็นให้ความสนใจ และร่วมกันทำบุญเป็นจำนวนมาก

ด้านนายอุทัย สมทรัพย์ หนึ่งในนักปั่นจักรยาน กล่าวว่า การปั่นจักรยานในครั้งนี้นอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างซุ้มประตูสำนักสงฆ์แล้ว ยังเป็นการปั่นเพื่อสุขภาพ ทำให้ร่างกายแข็งแรง และได้พบเจอเพื่อน ๆ นักปั่นจักรยาน ซึ่งตนก็รู้สึกดีใจที่ได้ทำและรู้สึกอิ่มบุญไปพร้อม ๆ กันด้วย



        (13 มี.ค.) นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวระหว่างเปิดศูนย์ชั่วคราวศูนย์บริการทางการแพทย์เขาหลัก (Andaman Hub Medical Network) หรือ ศูนย์การแพทย์เขาหลัก ว่า จังหวัดพังงา มีธรรมชาติที่สวยงามติดอันดับของโลก ปีหนึ่งมีนักท่องเที่ยวมาประมาณ 2 ล้านคน และรัฐบาลก็ให้ความสำคัญในเรื่องการจัดระบบความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว เพื่อดึงเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ให้ความสำคัญของการจัดระบบความปลอดภัยฉุกเฉินทางทะเลเพื่อดูแลนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวประมง เพราะออกเรือนานเป็นเดือนๆ จึงมีการลงนามความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์การแพทย์เขาหลักแบบบูรณาการ 21 หน่วยงาน

        นพ.สามารถ ถิระศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) พังงา กล่าวว่า ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่จากคู่มือ Travel and Tuorism 2015 ระบุว่า นักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวของไทยเป็นอันดับที่ 35 ของโลก โดยยังขาดความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน สำหรับ จ.พังงา เป็น 1 ในจังหวัดภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อาทิ หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน และกำลังจะมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ทั้งเกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ จะมีการสร้างท่าเรือนานาชาติ และ สร้างสนามบินในอนาคต ดังนั้น จังหวัดพังงาจึงมีแนวคิดในการให้จังหวัดพังงาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัย

        “ที่ผ่านมา พังงาพบปัญหาเรื่องความปลอดภัยเช่นกัน คือ มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน ต.ค.- เม.ย. เสียชีวิต 3 - 4 รายต่อเดือน ส่วนการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมีแนวโน้ม้พิ่มขึ้น โดยปี 2558 มีนักท่องเที่ยวเจ็บป่วย บาดเจ็บ 882 ราย เป็นจมน้ำ/เสียชีวิต 11 ราย ส่วนปี 2559 พบเจ็บป่วยบาดเจ็บ 892 ราย เป็นจมน้ำ/เสียชีวิต 12 ราย ปัญหามาจากความล่าช้า เพราะพื้นที่เข้าถึงยาก มีความเป็นเกาะ เช่น จมน้ำกลางทะเลกว่าจะได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกวิธีจนถึงโรงพยาบาลก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นต้น จังหวัดพังงาจึงมีโครงการจัดตั้งเครือข่ายศูนย์ปฏิบัติการทางการแพทย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางน้ำ และจัดตั้งศูนย์บริการทางการแพทย์เขาหลัก (Andaman Hub Medical Network) หรือศูนย์แพทย์เขาหลัก โดยใช้งบประมาณ 247.4 ล้านบาท” นพ.สามารถ กล่าว

        นพ.สามารถ กล่าวว่า โครงการนี้แบ่งเป็น 6 กิจกรรม คือ 1. จัดตั้งหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเลในแหล่งท่องเที่ยว (Boat Ambulance) งบประมาณ 49.204 ล้านบาท 2. จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและบรรเทาสาธารณภัย (Marine Rescue) งบประมาณ 48.04 ล้านบาท 3. จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการแบบบูรณาการการแพทย์ฉุกเฉินเขาหลัก งบประมาณ 42.01 ล้านบาท 4. จัดตั้งศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินเขาหลัก งบประมาณ 49.065 ล้านบาท 5. พัฒนาศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินดขาหลักสู่ความเป็นเลิศ โดยมีอุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์สำคัญคือ ซีทีสแกนช่วยใฟ้การฟื้นคืนชีพ และวินิจฉัยในการนำส่งต่อได้อย่างปลอดภัย และ 6. พัฒนาโครงสร้างในการจัดตั้งศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินเขาหลักที่ศูนย์ซัมซุง ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า ซึ่งคาดว่าอาคารจะเสร็จสิ้นใน ต.ค. นี้

        “เมื่อมีการจัดตั้งระบบการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวแล้ว คาดว่า จะช่วยลดเวลาการนำส่งผู้ป่วยจากกลางทะเลประมาณ 1 ชั่วโมง โดยก่อนนำส่งที่ศูนย์ฯ จะมีการช่วยเหลือเบื้องต้นทางทะเลแก่ผู้ประสบเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ โดยจะมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการช่วยเหลือเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่เรือที่ลอยลำอยู่ในท้องทะเลให้เป็นอาสาสมัครกู้ชีพทางทะเล จากนั้นจะมีเรือกู้ชีพฉุกเฉินชั้นสูงพร้อมให้การช่วยเหลือที่กลางทะเล ซึ่งขณะนี้ทหารเรือ ตำรวจน้ำ และ อบต. มีหน่วยงานละ 1 ลำ พร้อมให้การช่วยเหลือ” นพ.สามารถ กล่าว

   

ลิงค์น่าสนใจ

goodgov
bannerfinance รฐบาลไทย หนาแรก logo small court
aipa bannercommu

 

   
© จังหวัดพังงา