ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ (300)

ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัด
รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่ร่วมกันบรรจุสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้  นายเอกรัฐ หลีเส็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่ร่วมกันบรรจุสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมทั้งปล่อยขบวนรถขนส่งสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 25 คัน ณ วัดป่าพุทธอุทยานเฉลิมพระเกียรติ (วัดเขาม่วง) ตำบลบางเตย อ.เมือง จ.พังงา โดยมีชาวบ้านร่วมคัดแยกสิ่งของอุปโภค บริโภค เพื่อให้เกิดความสะดวกต่อผู้รับการช่วยเหลือมากที่สุด สำหรับการรับบริจาคในพื้นที่จังหวัดพังงา พบว่ามีหลายหน่วยงานที่ตั้งจุดรับบริจาคทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งทางสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา ได้ประสานรถยนต์มาบรรทุกทยอยส่งสิ่งของบริจาค ให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคใต้ พร้อมเร่งดำเนินการคัดแยกสิ่งของความจำเป็น โดยเฉพาะเครื่องดื่ม ยารักษาโรค ข้าวสาร และอาหารแห้ง เพื่อนำไปส่งให้ผู้ประสบภัยตรงตามเป้าหมายอย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่
 
ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : เสรี นาวงศ์
Rewriter : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://nwnt.prd.go.th

        วันที่ 8 ม.ค 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังภาคประชาชน และผู้นำศาสนา ส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ หน่วยงานราชการต่างๆ เร่งเปิดจุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ประสบภัยตามจังหวัดต่างๆ ที่กำลังได้รับความทุกข์ยากอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอำเภอคุระบุรี และอำเภอตะกั่วป่า มีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และประชาชนจำนวนมาก นำสิ่งของเครื่องใช้ และน้ำดื่มไปมอบให้กับทางราชการ เพื่อส่งต่อไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วม อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค และน้ำดื่ม ซึ่งยังมีความต้องการอีกเป็นจำนวนมาก

ทางด้าน นายดำรง ฉิมทับ ปลัดปกครองอำเภอตะกั่วป่า เปิดเผยว่า ทางอำเภอตะกั่วป่าได้เปิดรับจุดบริจาค สิ่งของช่วยเหลือ เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ประสบภัยตามจังหวัดต่างๆขึ้นที่ ณ ศาลาประชาคมอำเภอตะกั่วป่า ตั้งแต่วันที่ 7ม.ค 60 ที่ผ่านมา โดยในขณะนี้มีพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกๆภาคส่วนได้ร่วมใจกันบริจาคสิ่งของไม่ว่าจะเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และเครื่องใช้ต่างๆ อย่างไม่ขาดสาย โดยอำเภอตะกั่วป่าซึ่งมียอดเงินที่ได้รับบริจาคทั้งหมดในขณะนี้จำนวน 56,400 บาท โดยสิ่งที่ต้องการในขณะนี้คือ น้ำที่ใช้อุปโภค บริโภค จึงอยากจะขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทุกๆภาคส่วนให้มาร่วมบริจาคเพื่อที่จะได้นำสิ่งของเหล่านี้ได้ไปช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนในจังหวัดต่างๆ โดยมาร่วมบริจาคได้ตามจุดรับบริจาคต่างๆ หรือ มาบริจาคที่ศาลาประชาคมที่อำเภอตะกั่วป่าแห่งนี้ก็ได้

ขณะที่ศาลากลางจังหวัดพังงา ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่รวบรวมสิ่งของบริจาคเพื่อส่งต่อไปยังผู้ประสบภัย โดยในแต่ละอำเภอได้รวบรวมเครื่องอุปโภค บริโภค เสื้อผ้า และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ไปมอบไว้ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เพื่อพิจารณาส่งความช่วยเหลือไปตามจุดต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ส่วนกลุ่มผู้นำท้องถิ่นและราษฎรบ้านน้ำเค็ม ซึ่งเคยได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ ได้นำถุงยังชีพ เสื้อผ้า และน้ำดื่ม ไปแจกจ่ายให้กับราษฎรในอำเภอชะอวด และอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช และอีกส่วนหนึ่งได้ส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่รอบนอกของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

** นายพงษ์ศักดิ์ ประทีป ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา

        

เมื่อวันที่  5 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 28 ม.2 บ้านบางทราย ต.ถ้ำ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา นายศรีพงศ์ บุตรงามดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมคณะเข้าเยี่ยมคารวะมอบของขวัญปีใหม่และตรวจสุขภาพ นายปิน เพชรนะ อายุ 111 ปี ผู้สูงอายุ อันดับ 1 ในจังหวัดพังงา ซึ่งเกิดในปี พศ.2449 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 และยังมีสุขภาพค่อนข้างแข็งแรงในระดับหนึ่ง ต้องใช้ไม้เท้าพยุงเดิน มีอาการหูตึง แต่ยังมีความจำดีมาก

หลังจากมีการมอบของขวัญปีใหม่ให้กับคุณตาทวด 6 แผ่นดินแล้ว มีการนำเค้กวันเกิดที่ปักเทียนหมายเลข 111 มามอบให้และร่วมกันร้องเพลงวันเกิดสร้างรอยยิ้มให้กับคุณตาทวดเป็นอย่างมาก และเพลงจบทุกคนก็ได้เห็นพลังการเป่าเทียนของคุณตาทวดที่แสดงถึงความแข็งแรงของคุณตา

โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้ป้อนเค้กและอวยพรปีใหม่ให้มีสุขภาพแข็งแรงอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลานไปนานๆ และคุณตาทวดก็ได้กล่าวให้พรกับทุกคนเป็นบทกลอนว่า “ให้อยู่เย็นเป็นสุข เหมือนแม่น้ำคงคา ทำมาค้าขึ้น ทำเล็กให้โต ทำน้อยได้มาก ขอให้โชคดี และตบท้ายด้วยคำว่า ขอให้อายุยืนยาวตลอดไป”

สำหรับ นายปิน เพชรนะ เป็นแชมป์อายุมากที่สุดของจังหวัดพังงา มีลูกชาย-หญิงรวม 16 คน และเป็นลูกแฝดถึง 4 คู่ ปัจจุบันลูกๆยังคงมีชีวิตอยู่เพียง 3 คนเท่านั้น โดยอาศัยอยู่เพิงเล็กๆที่มุงและกั้นด้วยสังกะสีข้างบ้าน โดยมีลูกสาวที่มีอายุกว่า60 ปี เป็นผู้ดูแล และบอกว่าคุณตาทวดไม่ชอบอยู่ในบ้าน ที่ผ่านมากินอาหารแบบทั่วๆไป ใช้ชีวิตเกษตรกรแบบพอเพียง นอนตั้งแต่หัวค่ำ และจะตื่นนอนตอนย่ำรุ่งทุกวัน และใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินเล่นไปทั่วแต่ช่วงนี้รู้สึกปวดขาก็เลยไม่ได้เดินไปไหน ล่าสุดรองประธานหอการค้าจังหวัดพังงาได้จับมือกับนายก อบต.ถ้ำ นำช่างก่อสร้างเข้าไปสำรวจ เพื่อเตรียมซ่อมแซมที่พักของคุณตาทวดให้แข็งแรงปลอดภัยต่อไป



หลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ นำพาเกษตรกรให้อยู่รอด ท่ามกลางภาวะราคาเศรษฐกิจตกต่ำ ดังคำยืนยันของเกษตรกรรายนี้

        คุณปรีชา พลันการ อยู่บ้านเลขที่ 9/15 หมู่ที่ 7 ตำบลมะรุ่ย อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา นำหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในไร่นาของตนเอง โดยการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์แบบผสมผสาน ปลูกผักเหมียงในระหว่างสวนยางพาราและเลี้ยงโคขุน นอกจากเป็นการลดความเสี่ยงในการทำกิจกรรมการเกษตรเชิงเดี่ยวแล้ว สามารถใช้แรงงานในครัวเรือนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สมาชิกในครัวเรือนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้ครอบครัวเกิดความรัก สามัคคี และไม่มีปัญหาในสังคม

คุณปรีชา เล่าว่า เดิมทีปลูกยางพาราเพียงอย่างเดียว ซึ่งในช่วงแรกยางพาราราคาดีก็ไม่ได้คิดที่จะทำอาชีพเสริมเพิ่มเติม ต่อมายางพาราเริ่มราคาตกต่ำ ตนจึงได้มีความคิดว่าต้องทำอะไรเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ประกอบกับสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงาและสำนักงานเกษตรอำเภอทับปุดได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกผักเหมียง ซึ่งเป็นผักพื้นเมืองประจำถิ่นของจังหวัดพังงา และเป็นพืชที่ตลาดมีความต้องการมาก จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนต้นพันธุ์ผักเหมียงกิ่งตอน จำนวน 200 ต้น ได้นำไปปลูกแซมในสวนยางพารา ซึ่งในขณะนั้นอายุประมาณ 8-9 ปี

ขอขอบคุณ https://www.technologychaoban.com

       เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 1 มกราคม 2560 ที่ถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองพังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายศรีพงศ์ บุตรงามดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายชูโชติ โกยกุล นายเทศมนตรีเมืองพังงา ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ่อค้า และประชาชนจำนวนมาก ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 65 รูป โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้แสดงความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 1 พร้อมกับจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ให้ศีล จากนั้นผู้ว่าราชการได้กล่าวอวยพรปีใหม่แก่ประชาชนชาวจังหวัดพังงา และได้น้อมนำพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานให้กับพสกนิกรชาวจังหวัดพังงาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2502 ความว่า ?ขอให้ทุกท่านอยู่เย็นเป็นสุขโดยทั่วกัน? ต่อด้วย นายชูโชติ โกยกุลนายกเทศมนตรีเมืองพังงา กล่าวอวยพรปีใหม่ และร่วมทำบุญตักรบาตร เพื่อเป็นการเริ่มต้นทำสิ่งที่ดี เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว ถือเป็นวันแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆในชีวิต และยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น เจริญรอยตามพุทธศาสนา โดยผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนได้ร่วมกันเข้าแถวรับพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 10 จากผู้ว่าราชการและนายกเทศมนตรีเมืองพังงา

        ระนอง/พังงา - เจ้าท่าฯ พังงา ร่วมอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ตรวจเข้มใบอนุญาต พร้อมแนะนำผู้ประกอบการ นายท้ายเรือให้พกพาใบอนุญาตนายท้าย และทะเบียนเรือทุกครั้งที่ออกเรือท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะที่สถานีตำรวจภูธรปากน้ำระนอง ร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แจกหมวกกันน็อกให้ประชาชน 200 ใบ

         วันที่ (28 ธ.ค.) นายปณัย หนูแท้ ผอ.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา พร้อมด้วย นายแสงสุรี ซองทอง ผช.อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา นายอติคุณ วารีศรี รองนายก อบต.เกาะปันหยี กำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเรือสปีดโบต รับส่งนักท่องเที่ยวในอ่าวพังงา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ พบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากใช้บริการเรือสปีดโบตโดยทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจทะเบียนเรือ ใบอนุญาตนายท้ายเรือ ซึ่งส่วนใหญ่พบว่ามีเอกสารประจำเรือถูกต้อง 

        ด้านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ได้ตรวจสอบเรือต้องมีใบอนุญาตเข้าเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ทุกลำ เบื้องต้น พบว่ามีผู้ประกอบการบางรายอยู่ในระหว่างการขออนุญาตเข้าเขตอุทยานแห่งชาติ จึงได้ตรวจสอบเอกสารพร้อมบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป 

        ขณะที่จังหวัดระนอง เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.เรืองเดช สุวรรณพิกุล ผกก.สภ.ปากน้ำ จังหวัดระนอง เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมวินัยจราจร และรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย สภ.ปากน้ำ ได้ร่วมกับภาคเอกชนในจังหวัดระนอง แจกหมวกกันน็อกให้ประชาชนฟรี จำนวน 200 ใบ พร้อมด้วยห้างหุ้นส่วนจำกัดอันดามัน กรุ๊ป มาบริการตรวจเช็กรถจักรยานยนต์ให้ประชาชนฟรี พร้อมถ่ายน้ำมันเครื่องให้ในราคาถูกเพียง 59 บาท 

        พ.ต.อ.เรืองเดช กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะทำเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีแล้ว ยังเป็นการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 และเพื่อตอบสนองตามนโยบายของตำรวจภูธรภาค 8 ในโครงการภาค 8 ปลอดภัย ทุกวันทุกวัย สวมหมวกนิรภัย 100% ทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ลดการเกิดอุบัติเหตุ การเจ็บ การตาย และพิการ ก่อให้เกิดความร่วมมือ และรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกันในการปฏิบัติตามกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตบนท้องถนน

จังหวัดพังงาสาธิตการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและสาธิตวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุเรือข้ามฟากชนกัน
ที่อนุสรณ์สถานสึนามิ บ้านน้ำเค็ม ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายสายัญ กิจมะโน ปภ.จังหวัดพังงา พร้อมด้วยนักท่องเที่ยว ประชาชนและเยาวชนชาวตำบลบางม่วง ร่วมชมการสาธิตการใช้อุปกรณ์การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากภัยต่างๆ เรียนรู้ขั้นตอนการช่วยเหลือจากเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละฐาน ก่อนจะร่วมกันชมการสาธิตการช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุจมน้ำและเหตุการณ์เรือข้ามฟากชนกัน จนมีผู้ประสบเหตุลอยน้ำขอความช่วยเหลือกลางทะเล ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทำการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุด้วยวิธีการต่างๆ ขึ้นมายังฝั่งก่อนจะส่งต่อให้หน่วยกู้ชีพทำการเคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุไปปฐมพยาบาลต่อไป
ด้านนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบสารเพื่อให้ประชาชนได้เตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยทั้งภัยพิบัติธรรมชาติและภัยที่เกิดอุบัติเหตุ และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง เพื่อลดอัตราการสูญเสียจากอุบัติภัยอย่างยั่งยืน รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์อุบัติภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสร้างความตระหนักเรื่องระบบความปลอดภัยให้มากขึ้น ทั้งให้ความรู้และการรณรงค์ ตลอดจนการปลูกฝังเพื่อสร้างทัศนคติการดำรงชีวิตโดยไม่ประมาท และสร้างจิตสำนำด้านวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติภัยต่างๆ
โดยที่บริเวณบ้านน้ำเค็มเป็นท่าเทียบเรือ ซึ่งมีทั้งเรือประมงและเรือข้ามฟากเป็นจำนวนมาก จังหวัดพังงาจึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีบทบาทร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติภัยต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างยั่งยืน

จังหวัดพังงา รำลึกการสูญเสีย 12 ปี สึนามิในมหาสมุทรอินเดีย

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายสายัญ กิจมะโน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา พ.ต.ท.นิรัตน์ ช่วยจิตต์ สว.ตร.น้ำ อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช (อดีตผู้ควบคุมเรือ ต.813) หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพังงา สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว เทศบาลตำบลคึกคัก นักเรียน ญาติผู้สูญเสียเหตุการณ์สึนามิทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมกันวางพวงมาลาหน้ารูปคุณพุ่ม เจนเซ่น บริเวณเรือ ต.813 ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จากนั้น ได้ร่วมวางดอกกุหลาบสีขาว เป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 47 ในกิจกรรมครอบรอบ 12 ปี เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย
จากนั้น นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้อ่านสารจาก พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2559 และมอบเกียรติแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 8 ราย
ต่อมาได้ประกอบพิธีทางศาสนาเริ่มด้วยศาสนาพุทธ อิสลามและคริสต์ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา สังเกตพบว่าญาติผู้สูญเสียลดน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมา 12 ปี แล้ว แต่ผู้ที่ไม่สามารถลืมเลือนเหตุการณ์ดังกล่าวได้ คือ พ.ต.ท.นิรัตน์ ช่วยจิตต์ สว.ตร.น้ำ อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช (อดีตผู้ควบคุมเรือ ต.813) กล่าวว่า ยอมรับว่าการรำลึกแต่ละครั้งตนเองเข้าร่วมทุกปี และนึกถึงวันที่เกิดเหตุการณ์เมื่อ 12 ปี ที่ผ่านมานั้น เป็นการตอกย้ำสภาพจิตใจแต่อยากให้ญาติและผู้ประสบเหตุการณ์ดังกล่าว ทำจิตใจให้เข้มแข็งพร้อมต่อสู้กับเหตุการณ์ที่ผ่านมาและยืนหยัดให้ดำรงชีวิตอยู่เพื่ออนาคตในวันต่อไป
ส่วนที่อนุสรณ์สถานสึนามิบ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา นายวิโรจน์ สุวรรณวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า พร้อมด้วยนายธงชัย หันช่อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง นายชัยณรงค์ มหาแร่ นายกเทศบาลเมืองตะกั่วป่า และชาวบ้านบ้านน้ำเค็ม และญาติผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่ทำให้ชาวบ้านบ้านน้ำเค็มและประชาชนในพื้นที่ตำบลบางม่วง อำเภ ตะกั่วป่า เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยจัดให้มีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีกรรมทางศาสนา ทั้ง 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ อิสลาม และศาสนาคริสต์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต ซึ่งบรรดาญาติๆ ได้นำรูปถ่ายพร้อมด้วยข้าวปลาอาหารมาร่วมในพิธี พร้อมกับนำดอกไม้ไปวางยังกำแพงอนุสรณ์สถาน ร่วมวางช่อกุหลาบขาว ที่หน้ารูปคุณพุ่ม พร้อมทั้งยืนไว้อาลัยแก่ผู้ล่วงลับ โดยบรรยากาศการจัดงานรำลึกในปีที่ 12 เหตุการณ์สึนามิถล่มเป็นไปด้วยความเรียบง่ายเช่นเดียวกันที่บริเวณเรือ ต.813

ban nam khem01

        ช่วงกลางวันระหว่างรอเวลาไปเที่ยวถนนคนเดินตะกั่วป่า เรามีเวลาเหลือว่างอยู่อีกตั้ง 2-3 ชั่วโมง จะให้แกร่วอยู่แต่ในเมือง หรือจะกลับเข้าที่พักก็ใช่เรื่อง อุตส่าห์ได้มาเที่ยวถึงพังงาทั้งทีแล้วนี่นา หลังจากเค้นสมองน้อยๆ ของพวกเราอยู่ซักพัก ก็มีชื่อ “บ้านน้ำเค็ม” ผุดขึ้นมากลางวง ด้วยระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากตัวเมืองตะกั่วป่า มีชายหาดสวยๆ บรรยากาศของหมู่บ้านประมง และยังเป็นที่ตั้งของสวนอนุสรณ์สึนามิอีก รวมเหตุอันน่าจูงใจทั้งหมดแล้ว มติจึงลงเอยกันที่ “สวนอนุสรณ์สึนามิ บ้านน้ำเค็ม”

ban nam khem02

ban nam khem03

        อันดับแรกเราขอเดินชม “อนุสรณ์สึนามิ” ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์ของที่นี่ กำแพงคอนครีตโค้งที่เปรียบเป็นคลื่นยักษ์ ด้านหนึ่งมีเรือประมงเก่าตั้งอยู่ ซึ่งเรือลำนี้คือเรือที่ได้รับความเสียหายจากการถูกคลื่นสึนามิซัดเข้ามา เกยอยู่บนชายหาดบ้านน้ำเค็ม ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นทางเดินขนานไปกับกำแพงดินเฉียงที่ปูด้วยอิฐสลับกับ กระเบื้องเซรามิก ซึ่งมีรายชื่อของผู้เสียชีวิตสลักอยู่บนแผ่นป้ายทองเหลืองติดไว้เป็นแนว เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตที่บ้านน้ำเค็มกว่า 1,400 คน ระหว่างที่เราค่อยๆ เดินไปตามทางเดินตลอดแนวกำแพงดินนี้ บางป้ายชื่อยังคงมีพวงมาลัยดอกไม้แขวนติดให้เราได้เห็น เป็นสัญลักษณ์แทนความคิดถึงคนที่จากไปในที่แสนไกล  ถึงจะไม่ใช่ญาติมิตรแต่บรรยากาศเงียบๆ ระหว่างที่เราก้าวเท้าไปทีละก้าวนั้นก็ทำให้รู้สึกเศร้าขึ้นมาได้นิดๆ แม้เวลาจะผ่านพ้นไปนานพอสมควรแล้วก็ตาม ก่อนที่จะซึมกันไปมากกว่านี้ เราเดินเลยจากอนุสรณ์สึนามิไปอีกนิดเพื่อสักการะพระใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ริม ชายหาดบ้านน้ำเค็ม รวมถึงพระรูปของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งมีขนาด 1.5 เท่าของพระองค์จริง ที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กันด้วย

 

     

         ไฮไลต์อีกอย่างหนึ่งของบริเวณสวนอนุสรณ์สึนามินี้ก็คือ ทะเลสวยๆ ของบ้านน้ำเค็ม ที่ทอดตัวยาวไปจนสุดตา น้ำทะเลสีฟ้าเข้มตัดกับหาดทรายขาวสะอาดตา จนเราต้องรีบลงไปเดินเล่นริมชายหาดอย่างอดใจไว้ไม่อยู่ แต่ถ้าใครกลัวร้อนก็ขยับมาเดินใต้ร่มเงาของแนวต้นสนริมหาดแทนได้ จากบรรยากาศสวนสาธารณะร่มรื่นถ้าเราเดินเรื่อยไปจนสุดทางก็จะได้บรรยากาศของ หมู่บ้านประมง เพราะเราจะได้เห็นเรือประมงน้อยใหญ่จอดเรียงรายกันอยู่ใกล้ชายฝั่ง และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ร้านอาหารทะเลสดๆ ที่มีให้เลือกกันพอสมควร พอแดดเริ่มร่มผู้คนก็เริ่มหนาตาขึ้น มีทั้งลูกเล็กเด็กแดงมาวิ่งเล่นในสนามเด็กเล่น วัยรุ่นที่มานั่งเล่นกันเป็นกลุ่มๆ รวมถึงครอบครัวใหญ่ที่พากันมาจับจองพื้นที่ปูเสื่อนั่งปิกนิคกันสนุกสนาน แต่ถ้าใครยังรู้สึกว่าแดดยังร้อนไปซักหน่อย เราแนะนำให้หลบร้อนมาอยู่ในอาคารกลางสวนสาธารณะ ซึ่งภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับที่มาของการจัดสร้างสวนอนุสรณ์แห่งนี้ พร้อมทั้งภาพถ่ายเปรียบเทียบทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุการณ์ พอเดินจนรอบนิทรรศการแล้ว เราค่อยไปหามุมนั่งหย่อนใจ ตากลมทะเล ชมวิวฟ้าใสๆ กันอีกซักพัก เผลอแป๊บเดียวก็ได้เวลาบอกลาชายหาดบ้านน้ำเค็ม เพื่อไปเที่ยวในตัวเมืองเก่าตะกั่วป่ากันต่อ

 

ban nam khem04

ที่อยู่ : บ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
GPS : 8.858865, 98.264308
เวลาทำการ : อาคารจัดแสดงนิทรรศการเปิดเวลา 8.00-17.00 น.
ค่าธรรมเนียม : ไม่มี
ช่วงเวลาแนะนำ : ตลอดทั้งปี
ไฮไลท์ : ชายหาดบ้านน้ำเค็มซึ่งทอดตัวยาวสามารถลงเล่นน้ำได้ รวมถึงสวนอนุสรณ์สถานที่นอกจากจะเป็นสวนสาธารณะแล้ว ยังมีประติมากรรมกำแพงคอนกรีตโค้งคล้ายรูปคลื่น ซึ่งมีเรือประมงเก่าที่เสียหายจากคลื่นสึนามิมาตั้งไว้ ส่วนอีกด้านเป็นกำแพงอิฐที่มีรายนามของผู้เสียชีวิตในครั้งนั้นติดไว้ 
กิจกรรม : เดินเล่นริมชายหาด และพักผ่อนหย่อนใจในสวนสาธารณะ รวมถึงการสักการะขอพรจากอนุสาวรีย์เสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรฯ


วิธีการเดินทาง
จากในตัวเมืองตะกั่วป่า (ย่านยาว) ให้ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) มุ่งหน้าไปทางเขาหลักเป็นระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะมาถึงทางแยกเข้าบ้านน้ำเค็ม ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางสู่ริมชายหาดบ้านน้ำเค็ม จะเห็นสวนอนุสรณ์สึนามิ บ้านน้ำเค็มอยู่ด้านหน้า

ข้อมูลเเละภาพประกอบจาก

 

 

        ที่โรงแรมภูงา อำเภอเมือง จังหวัดพังงา จังหวัดพังงา ร่วมกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา ร่วมแถลงข่าว "พังงาปลอดภัย รักษาวินัยจราจร รับเทศกาลปีใหม่ ทั้งทางบก-ทางทะเล" โดยมี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา ขนส่งจังหวัดพังงา เจ้าท่าภูมิภาค และตำรวจภูธรจังหวัดพังงา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความมั่นใจ สร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการสัญจรทั้งทางบก ทางทะเล ให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบเพื่อความปลอดภัย และสร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

         ด้าน นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา เผยว่า ทางจังหวัดสั่งการให้พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทุกแห่งได้ทำความสะอาดเพื่อเตรียมรองรับการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดพังงา และในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดพังงา มีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งทะเล ชายหาด ภูเขา น้ำตก เกาะแก่งต่างๆ ชมวิว ทิวทัศน์ สัมผัสธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี สิ่งต่างๆ เหล่าสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละไม่ต่ำกว่า 1-5 ล้านคน ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยในจังหวัดพังงา โดยพบว่า อาชญากรรม มิจฉาชีพ หรือต้นเหตุที่ก่อให้เกิดเหตุร้ายในพื้นที่พังงามีน้อย ถือได้ว่าเป็นพื้นที่มีความปลอดภัยสูงหากเทียบกับจังหวัดอื่น ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้

   

ลิงค์น่าสนใจ

goodgov
bannerfinance รฐบาลไทย หนาแรก logo small court
aipa bannercommu

 

   
© จังหวัดพังงา