ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ (234)

ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัด

        เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00 น. นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดพังงา เพื่อทราบและดำเนินการเรื่องการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 การโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 และแนวทางปฏิบัติการจัดงานประเพณีตามอำนาจหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

        ที่มา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา

 

นายพงษ์ศักดิ์ คารวานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ประชุมหารือร่วมกับนายอำเภอตะกั่วป่า เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาตะกั่วป่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แกนนำชาวเล ผู้เกี่ยวข้อง และประชาชน หมู่ที่ 1 ตำบลคึกคัก ได้ข้อยุติทุกฝ่ายร่วมกันโดยสรุป ดังนี้
1.ตรวจสอบแนวเขตที่สาธารณะให้ชั้ดเจน (หมุดบางส่วนหลุดหาย) และให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ เนื่องจากเป็นที่สาธารณะมีได้เป็นสุสานของกลุ่มใดโดยเฉพาะ และเมื่อได้ข้อยุติแล้วชุมชนจะหารือร่วมกันเกี่ยวกับแนวถนน (ทางเดินเดิมที่ใช้มาเป็นเวลานาน) สาธารณูปโภค และการดูแลรักษา
2.ส่วนที่ผู้ประกอบการใช้เป็นเส้นทางเพื่อขนดินผ่านที่สาธารณะดังกล่าวได้หยุดดำเนินการ และไม่ใช้พื้นที่แต่อย่างใดอีก สำหรับผลกระทบที่ผ่านมาผู้ร้องจะหารือกับผู้ประกอบการโดยตรง
3.ที่ดินว่างเปล่าระหว่างแนวเขตโฉนดที่ดินของผู้ประกอบการ และ เขต นสล. เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ให้อำเภอตะกั่วป่า เทศบาล กำนัน จัดให้มีการดำเนินการออก นสล. ตามขั้นตอน
4.ให้อำเภอตะกั่วป่าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และประสานการดำเนินการตามข้อ 1 และข้อ 3 โดยจัดทำตารางงาน กิจกรรม วันแล้วเสร็จ ที่ชัดเจนให้จังหวัด (ศดร.) ทราบ
ทั้งนี้ การหารือแล้วเสร็จด้วยความเข้าใจและพอใจทุกฝ่าย และรอผลการดำเนินการตามข้อสรุปร่วมกันต่อไป

        เตรียมพบกับงานมหกรรม “ร้อยเรื่องเมืองเก่าอันดามัน” 17 – 18 พ.ย.นี้ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองเก่า และเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเมืองเก่าที่มีศักยภาพของ 5 จังหวัดในพื้นที่เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน

        เมื่อเวลา 11.00 น.วานนี้ (20 ต.ค.) ที่ศูนย์การค้าไลม์ไลท์ อเวนิว ภูเก็ต นายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางศิรวี วาเล๊าะ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต นายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครภูเก็ต นายจรัญ ส่างสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าจังหวัดภูเก็ต และนายสมชัยเพิ่มทรัพย์ ที่ปรึกษาชุมชนท่องเที่ยวตำบลแหลมสัก จ.กระบี่ ร่วมแถลงข่าวงานมหกรรม “ร้อยเรื่องเมืองเก่าอันดามัน ” ภายใต้โครงการการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และนวัตกรรมการจัดการท่องเที่ยวเมืองเก่า

IMG 0228

        นางศิรวี วาเล๊าะ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีศักยภาพโดดเด่นระดับนานาชาติ ในแต่ละปีสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เดินทางมาเยือน ซึ่งนอกจากแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลแล้ว เขตพัฒนาการท่องเที่ยว

        นอกจากนี้ อันดามันยังมีรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพอื่นๆ ที่หลากหลาย เช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เป็นต้น รวมทั้งการท่องเที่ยวเมืองเก่า ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน

        สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ดำเนินโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม
การจัดการการท่องเที่ยวเมืองเก่า ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พังงา สตูล ของเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองเก่าในพื้นที่เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน และเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเมืองเก่าที่มีศักยภาพของ 5 จังหวัดในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน  โดยกิจกรรมภายใต้โครงการฯ ประกอบด้วย การศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลเมืองเก่าอันดามัน การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวเมืองเก่าอันดามัน ณ พื้นที่ในชุมชนเมืองเก่าของจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล การจัดทำคู่มือร้อยเรื่องเมืองเก่าอันดามัน แผ่นพับข้อมูลและเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองเก่าอันดามัน และการจัดงานมหกรรม “ร้อยเรื่องเมืองเก่าอันดามัน”

        สำหรับการจัดงานมหกรรม “ร้อยเรื่องเมืองเก่าอันดามัน” กำหนดจัดงาน ระหว่างวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2561 ณ ศูนย์การค้า ไลม์ไลท์ อเวนิว ภูเก็ต ซึ่งภายในงานมหกรรม “ร้อยเรื่องเมืองเก่าอันดามัน” จะมีการจัดแสดงนิทรรศการนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองเก่าในแต่ละจังหวัดภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน การเชื่อมโยงกันทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี กิจกรรมเสวนา เรื่อง “เปิดมุมมอง ท่องเที่ยวไทย ครบรส ครบเครื่อง เรื่องสร้างสรรค์” และ “ท่องเที่ยว มั่นคง สู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน เชื่อมโยงประวัติศาสตร์เมืองเก่า

ขอขอบคุณ https://thethaiger.com

 

        สภาพพื้นที่ที่ชาวเล หรือ ชาวมอแกน อ้างว่าเป็นพื้นที่สุสานฝังศพบรรพบุรุษยาวนานกว่า 200 ปี บ้านปากวีป ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยเอกสารได้ระบุเป็นที่ดินป่าช้าในประโยชน์ร่วมกัน ขณะที่สภาพปัจจุบันเป็นลักษณะถนนลูกรังกว้างกว่า 4 เมตร ตัดผ่านใช้เป็นพื้นที่สัญจรเข้าโรงแรมและร้านค้าที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวใช้สัญจรไปมา โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาชาวมอแกน ได้รวมกลุ่มพร้อมยื่นหนังสือแก่

        นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เพื่อต้องการให้ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินดังกล่าว ชาวมอแกนบางราย กล่าวว่า ศพของพ่อตนเองถูกถนนเส้นนี้ทับหลุมศพจนปัจจุบันไม่ทราบว่าหลุมศพดังกล่าวตั้งอยู่จุดใดของถนน ล่าสุดทางจังหวัดพังงาได้นัดแกนนำชาวมอแกนเพื่อแสดงหลักเขตของสุสานที่ชัดเจน โดยให้ทางนายอำเภอ ที่ดินอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าเป็นสักขีพยานในการแสดงสิทธิ์ครั้งนี้ นอกจากนี้ทางหน่วยงานในพื้นที่เตรียมจัดประชาพิจารณ์ประชาชนในหมู่บ้าน เพื่อหามติของประชาคมกรณีที่ดินว่างเปล่าซึ่งอยู่ติดกับที่ดินป่าช้าจำนวน 1 ไร่เศษ ขณะที่แกนนำกลุ่มชาวมอแกนกังวลว่าการทำประชาพิจารณ์ครั้งนี้เป็นการสอบถามความคิดเห็นของคนในหมู่บ้าน ทำให้ชาวมอแกนจำนวน 24 ชุมชน จาก 4 อำเภอ ส่วนใหญ่เป็นชาวมอแกนต่างถิ่น ที่ใช้ที่ดินดังกล่าวฝังศพบรรพบุรุษไม่สามารถออกเสียงในฐานะประชากรในหมู่บ้านตามระเบียบของการลงประชาพิจารณ์ได้

        โดยนายวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเล กล่าวว่า ที่ชาวมอแกนกังวลขณะนี้คือ การจัดประชาพิจารณ์ประชาชนในหมู่บ้านปากวีปเพื่อหามติของประชาคมกรณีที่ดินว่างเปล่าซึ่งอยู่ติดกับที่ดินป่าช้าในประโยชน์ร่วมกันจำนวน 1 ไร่เศษ โดยชาวมอแกนอ้างสิทธิ์การครอบครองเป็นทิ่ดินสุสานชาวมอแกนเช่นกัน ขณะที่แกนนำกลุ่มชาวมอแกนกังวลว่าการทำประชาพิจารณ์ครั้งนี้เป็นการสอบถามความคิดเห็นของคนในหมู่บ้าน ทำให้ชาวมอแกนจำนวน 24 ชุมชน จาก 4 อำเภอ ส่วนใหญ่เป็นชาวมอแกนต่างถิ่น ที่ใช้ที่ดินดังกล่าวฝังศพบรรพบุรุษไม่สามารถออกเสียงในฐานะประชากรในหมู่บ้านตามระเบียบของการลงประชาพิจารณ์ได้

        นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย นายอภิชาติ จีระพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ สสปน. ร่วมเป็นประธานเปิดงานเลแทป ไทยแลนด์ บาย เลอ ตูร์เดอฟร็องส์ ที่บริเวณหน้าอนุสรณ์สถานสึนามิ เรือ ต.813 เขาหลัก จ.พังงา โดยมีนักปั่นทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 1,500 คน นำโดย อัลแบร์โต้ คอนทาดอร์ ยอดนักปั่นจักรยานระดับโลกชาวสเปน ดีกรีแชมป์ตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2 สมัย และเซเลปนักปั่นของไทยอย่าง “โย” ยศวดี หัสดีวิจิตร ตลอดจนชมรมและกลุ่มจักรยานระดับแถวหน้าของเมืองไทย ซึ่งมีเส้นทางการปั่นแบ่งเป็น 2 ระยะทาง คือ 140 กม. และ 70 กม. ก่อนเข้าเส้นชัยที่ อ.ตะกั่วป่า ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของท้องทะเลอันดามัน ทิวไม้ใหญ่สองข้างทาง รวมถึงกองเชียร์และชาวบ้านที่ออกมาให้กำลังใจตลอดเส้นทางกันอย่างคึกคักกว่า 10,000 คน

        สำหรับ ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ นักปั่นสัญชาติไทยที่สามารถทำเวลาได้ดีที่สุดในระยะ 140 กม. ทั้งชายและหญิง ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เดินทางไปร่วมงานปั่นในงาน “เลแทป บาย เลอ ตูร์เดอฟร็องส์ 2019” ที่ประเทศฝรั่งเศส พร้อมตั๋วเครื่องบินไปกลับและที่พัก 2 คืน มูลค่ารางวัลละ 200,000 บาท ผลปรากฎว่า นักปั่นชาย รางวัลตกเป็นของ “สุริยะ กิจเจริญวัฒน์” ที่เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 03.28.13 ชม. ส่วนนักปั่นหญิงตกเป็นของ “เพชรไพลิน โลเปซ เดอ ลีออน” ทำเวลาได้เวลา 03.50.48 ชม. ซึ่งทั้งสองคนยังเป็นนักปั่นที่ทำเวลาได้ดีที่สุดในประเภทโอเวอร์ออล และได้รับเสื้อเกียรติยศ “Tour De France The Yellow Jersey” ไปครองด้วยเช่นกัน

        นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษเสื้อเกียรติยศ “Tour De France The Polka-dot Jersey” สำหรับนักปั่นที่ทำเวลาได้ดีที่สุดในช่วง คิง ออฟ เมาเท่น (King Of Mountain ) ระยะทาง2.9 กม. คือ วนวัต คล้ายทอง (ชาย/05.52 นาที), ศิลป์สุภา ยิบมีนตะสิริ (หญิง/08.41นาที) และรางวัลพิเศษเสื้อเกียรติยศ “Tour De France The Green Jersey” สำหรับนักปั่นที่ทำเวลาได้ดีที่สุดในช่วง คิง ออฟ สปริ้นท์ (King Of Sprint) ระยะทาง 300 ม. คือ ณัฐภูมิ บุญรอด (ชาย/19.880 วินาที), ศิลป์สุภา ยิบมันตะสิริ (หญิง/ 27.917 วินาที) สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและกำหนดการจัดงาน เลแทป ไทยแลนด์ บาย เลอ ตูร์เดอฟร็องส์ ในปี 2019 ได้ที่ www.facebook.com/letapethailand และwww.letapethailand.com

ที่มา  https://www.innnews.co.th/regional-news/news_221495/

        นายสิทธชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดงาน “วันเก็บขยะชายหาดสากล ประจำปี 2561” โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน ประชาชน และนักเรียนร่วมกิจกรรม การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์และสร้างจิตสำนึกให้เยาวชน ประชาชน หน่วยงานทุกภาคส่วนให้เลิกทิ้งขยะลงทะเล และหันมาใส่ใจการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล จัดขึ้น ณ บริเวณหาดนางทอง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา นายสิทธิชัย กล่าวว่า สถานการณ์ท้องทะเลไทย ปัจจุบันมีการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และชายฝั่ง โดยมิได้คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสม ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดปัญหาขยะทะเลอย่างรุนแรง เกิดอันตรายต่อสัตว์ทะเลหายากที่ได้รับบาดเจ็บจากการกินขยะพลาสติก ทำให้ติดบริเวณทางเดินอาหาร ส่งผลให้สัตว์ทะเลต้องตายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตของประชาชนบริเวณชายฝั่งทะเลเป็นอย่างมาก ด้าน นายประถม รัศมี ผอ.สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ และกระตุ้นจิตสำนึกของประชาชนในพื้นที่รักษ์ชายหาดและทะเลมากขึ้น รวมทั้งตระหนักถึงปัญหาธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในทะเล ซึ่งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 ได้จัดกิจกรรมบริเวณชายหสดนางทอง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพังงา

        ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทภารกิจในการบริหารจัดการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงอยากให้ทุกคนถือเอา “วันเก็บขยะชายหาดสากล” เป็นจุดเริ่มต้นในการอนุรักษ์หวงแหนท้องทะเลไทยให้มีความอุดมสมบูรณ์ และยั่งยืนตลอดไป พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว การร่วมมือขององค์กรธุรกิจ รัฐบาล กลุ่มสิ่งแวดล้อม และประชาชน นำไปสู่การลดปริมาณขยะได้สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วยการเดิน การเก็บขยะชายหาดย่านเขาหลัก ระยะทาง 2 กิโลเมตร และการจัดนิทรรศการให้ความรู้ขยะทะเล ที่มา https://www.innnews.co.th/regional-news/news_189966/

วันที่ 12 ก.ย. 61 - นายศุภชัย สุกใส ผอ.ป่าไม้ภาคใต้ สนธิกำลัง เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามที่4 ภาคใต้ กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการรักษาความสงบ ร.25 พัน3 ตชด.245 ตะกั่วป่า ตำรวจ ปทส. ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดพังงา เข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ถูกบุกรุกบริเวณ อิงธารารีสอร์ท หมู่ 2 ต.สองแพรก อ.เมืองพังงา จ.พังงา จำนวนเนื้อที่ 6ไร่ 2งาน 8ตารางวา ซึ่งก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขาหราสูง

          โดยได้ตรวจยึดอาคารจำนวน 20 หลัง สระว่ายน้ำ 1 สระ โดยเบื้องต้นทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบก่อนหน้านี้ พบว่าเจ้าของรีสอร์ทเป็นคนนอกพื้นที่ จึงขอให้เจ้าของนำเอกสารสิทธิ์มาแสดง แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันนัดแสดงสิทธิ์ กลับไม่มีผู้ใดนำเอกสารสิทธิ์มาแสดง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจยึด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พร้อมบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งคาโงก อ.เมืองพังงา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายศุภชัย สุกใส ผอ.ป่าไม้ภาคใต้ เปิดเผยว่า มีการร้องเรียนต่อกรมป่าไม้ว่าเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ มีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพิ่มเติมด้านหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้วเมื่อวันที่ 6 ก.ย.61 ที่ผ่านมา พบว่าเจ้าของรีสอร์ทเป็นบุคคลนอกพื้นที่ เข้ามาซื้อที่ดินและพัฒนาเป็นรีสอร์ท เมื่อปี 2554 จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น จึงได้นัดให้เจ้าของรีสอร์ทนำหลักฐานมาแสดงแต่ไม่มาพบเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงหลักฐาน จึงสันนิษฐานว่าไม่มีหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น จึงได้ตรวจสอบกับทางที่ดินจังหวัดพังงา ทราบว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีการออก นส.3ก หรือ โฉนดให้ผู้ใด ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบและตรวจยึดพื้นที่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ริมน้ำด้านหน้าจนถึงเนินเขาด้านหลังที่มีการแผ้วถางปรับพื้นที่ออกไปพบพื้นที่ 6 ไร่ 2 งานเศษ

พร้อมทั้งตรวจยึดอาคารสิ่งก่อสร้างทั้งหมด 20 หลัง สระว่ายน้ำอีก 1 สระ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ส่งพนักงานสอบสวน ส่วนเจ้าของรีสอร์ทจะไปแสดงตัวหรือไม่ก็อยู่ในชั้นสอบสวน หากพบว่ามีความผิดจริง หลังจากนั้นจะใช้มาตรา 25 เพื่อทำการรื้อถอนต่อไป

นอกจากนี้พบว่ามีปางช้างจำนวน 8 แห่ง ที่ถูกดำเนินคดีจับกุมไปแล้ว ซึ่งมีคำสั่งศาลรอลงอาญาและให้ออกจากพื้นที่ แต่ขณะนี้ปางช้างบางแห่งยังอยู่ในพื้นที่ บางปางช้างเปลี่ยนมือไปแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พร้อมที่จะทำการเข้าตรวจสอบปางช้างที่ถูกพิพากษา เพื่อติดตามบังคับคดีให้ออกจากพื้นที่ต่อไป.

(22 ส.ค. 61) จังหวัดพังงา โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ "การยกระดับธงฟ้าประชารัฐสู่การเป็นมืออาชีพ" ตามโครงการยกระดับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเพื่อรองรับนโยบายผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยมีนายชาญศักดิ์ ถวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิด ที่ห้องประชุมพุงช้าง อาคารปฏิบัติการ โรงแรมชงโค เมาท์เท่น วิว มีนายปริญญา ภูมิพาณิชย์ นายอำเภอเมืองพังงา หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด
นางสาวทิพย์สุดา อินทรสุวรรณ พาณิชย์จังหวัดพังงา กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดดำเนินการจัดหาร้านค้า และกระทรวงการคลังโดย บมจ.ธนาคาร กรุงไทย ดำเนินการติดตั้งเครื่อง EDC ให้แก่ร้านค้า เพื่อรองรับสิทธิการซื้อสินค้าจำเป็นแก่การครองชีพของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ซึ่งมีร้านค้าที่ติดตั้งเครื่อง EDC แล้วทั่วประเทศ จำนวน 38,000 ร้านค้า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำโครงการยกระดับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ จำนวน 30,000 ราย แบ่งการอบรมออกเป็นรุ่น จำนวน 342 รุ่น โดยเดือนกรกฎาคม 2561 จำนวน 84 รุ่น เดือนสิงหาคม 2561 จำนวน 234 รุ่น และเดือนกันยายน 2561 จำนวน 24 รุ่น
สำหรับจังหวัดพังงา มีร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐที่ติดตั้งเครื่อง EDC แล้วรวมทั้งสิ้น จำนวน 87 ราย และกำหนดอบรม 1 รุ่น เป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 22 – 26 สิงหาคม 2561 มีเนื้อหาการอบรม คือ เทคนิคการพูด การทำความเข้าใจกับลูกค้าเพื่อสร้างความประทับใจ , การบริหารจัดการสินค้า , การเลือกสินค้าและแนวทางการสั่งซื้อสินค้า , การตกแต่งร้าน และการจัดรายการส่งเสริมการขาย , การจัดการสินค้า , การบริหารการเงิน , การใช้ QR โค้ด , การทำบัญชีรับจ่าย , การบริหารด้านภาษี , การเชื่อมโยงหรือการเจรจาจับคู่ธุรกิจและซื้อขายผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น, การดูงาน และหลักเกณฑ์ ข้อกำหนด ข้อปฏิบัติที่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐต้องทราบ
ด้าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า ขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมการอบรม ได้นำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาร้านค้า เพื่อยกระดับให้เศรษฐกิจท้องถิ่นมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ธงชัย แต่สกุล ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต แหล่งที่มา : สวท.พังงา
   
© จังหวัดพังงา