ครั้งแรก! พังงาจัดเข้าค่ายลูกเสือสำรองนักเรียนชั้น ป.3 เน้นพัฒนาทางด้านสังคม อารมณ์สติปัญญา

        นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย นายสมรักษ์ ถวาย ศึกษาธิการจังหวัดพังงา ร่วม เข้าค่ายลูกเสือสำรองชั้นประถมศึกษาปีที่ที่ 3 ที่ วิทยาลัยการเกษตรและเทคโนโลยีพังงา หมู่ 7 ต.ถ้ำ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา การจัดงานครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนทั้งสิ้น 880 คน ประกอบด้วย ลูกเสือ เนตรนารีประเภทสำรอง ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 600 คน ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ จำนวน 100 คน จากสถานศึกษาทุกสังกัดในจังหวัดพังงา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของจังหวัดพังงาที่จัด การเข้าค่ายลูกเสือสำรองในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 6 ส.ค.62 (2 วัน 1 คืน) สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนในสังกัด อย่างไรก็ตามการนำนักเรียนลูกเสือสำรองตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ร่วมกิจกรรมนอกสถานที่ ทำให้เสียเวลาในการเดินทาง และจากจำนวนนักเรียนมีจำนวนมากส่งผลให้มีเวลาในการจัดกิจกรรมน้อยลง นอกจากนี้การควบคุมเวลายังทำให้นักเรียนบางคนทำกิจกรรมฐานไม่ครบ หลักการและเหตุผลการเข้าค่าย เป็นกิจกรรมหนึ่งของวิชาลูกเสือสำรองระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งเป็นกิจกรรมบังคับตามหลักสูตรระดับประถมศึกษาที่ช่วยให้นักเรียนได้มีการพัฒนาทางด้านสังคม อารมณ์ สติปัญญา จากประสบการณ์ตรงในการทำกิจกรรมต่างๆที่จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกฝนตนเองทั้งทางด้านความมีระเบียบวินัย ความอดทน ความเสียสละและความสามัคคีในหมู่คณะ เพื่อให้นักเรียนได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทางระดับประถมศึกษา จึงจัดกิจกรรมเข้าค่าย ของลูกเสือสำรองชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 วัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะความรู้ ความสามัคคีที่ได้เรียนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อนักเรียนได้เรียนรู้กฎ ระเบียบวินัยและการปรับตัวในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ให้นักเรียนมีความรัก ความสามัคคีในการทำงาน เป็นหมู่คณะและเกิดความสนุกสนาน ฝึกให้นักเรียนเกิดทัศนคติที่ดีต่อวิชาลูกเสือและผู้บำเพ็ญประโยชน์

ขอขอบคุณ : https://siamrath.co.th/

               เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพังงา ได้มอบหมายให้ชุดศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่จังหวัดพังงา นำโดย นาวาเอกอภิชาติ วรภมร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพังงา (ท.) ในฐานะหัวหน้าชุดศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่ฯ สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพังงา, ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา, ที่ทำการปกครองจังหวัดพังงา และชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย (ชป.รส.) มทบ.45 ร่วมวางแผนเพื่อมาทวงหนี้นอกระบบในพื้นที่ตลาดเมืองพังงา ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ตามที่ประชาชนได้ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา

               ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมกลุ่มบุคคลที่เข้ามาทวงหนี้นอกระบบได้จำนวน 6 กลุ่ม ได้ผู้ต้องหารวม 11 คนพร้อมด้วยของกลางประกอบด้วย รถยนต์ 4 คัน, รถจักรยานยนต์ 2 คัน, เงินสดรวมประมาณ 95,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ และหลักฐานอื่นๆ เป็นจำนวนมาก

               ต่อมาได้นำตัวผู้ต้องหามาทำบันทึกการจับกุม ณ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา หลังจากนั้นได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองพังงาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

           ขอขอบคุณ : http://thainews.prd.go.th

       สสจ.พังงาเผยไข้เลือดออกระบาด ยอดผู้ป่วยเพิ่มกว่าปีที่ผ่านมา เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพ่นควันกำจัดยุงลาย

          นายนเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-17 มิ.ย. 2562 มีรายงานผู้ป่วย ไข้เลือดออก จำนวน 158 ราย คิดเป็น อัตราป่วย 58.90 ต่อแสนประชากร เพศชาย 78 ราย เพศหญิง 80 ราย พื้นที่ที่พบจำนวนผู้ป่วยสูงสุด คือ อำเภอตะกั่วทุ่ง รองลงมา คือ อำเภอเมือง และอำเภอตะกั่วป่า ตามลำดับ กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 15-24 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 10-14 ปี และ กลุ่มอายุ 5-9 ปี อำเภอตะกั่วทุ่ง จำนวน 38 ราย อำเภอเมือง จำนวน 36 ราย อำเภอตะกั่วป่า จำนวน 32 ราย อำเภอทับปุดจำนวน 16 ราย อำเภอท้ายเหมือง จำนวน 15 ราย อำเภอคุระบุรี จำนวน 12 ราย อำเภอกะปง จำนวน 6 ราย และอำเภอเกาะยาว จำนวน 3 ราย อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดพังงา ได้ดำเนินงานเฝ้าระวังควบคุมป้องกันโรคในการจัดกิจกรรม “3เก็บ3โรค”สำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย วิเคราะห์สถานการณ์และประเมินความเสี่ยงระดับพื้นที่ โดยใช้กระบวนการของ IVM เน้นควบคุมไม่ให้โรคแพร่ระบาดเพิ่มในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยไข้เลือดออก โดยใช้ มาตรการ 3-3-1 คือ หลังโรงพยาบาลพบผู้ป่วย ให้รายงานโรคให้หน่วยควบคุมโรคของพื้นที่ภายใน 3 ชั่วโมง ลงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายที่บ้าน ชุมชนผู้ป่วยภายใน 3 ชั่วโมง ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ควบคุมโรคภายใน 1 วัน จัดทีมแพทย์ที่ปรึกษา แนวทางการรักษาโรคไข้เลือดออก และแนวทางการส่งต่อผู้ป่วย ให้กับโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง พร้อมขอความร่วมมือร้านขายยา คลินิก ในการระมัดระวังการจ่ายยา NSIDs ให้กับผู้ป่วยที่มีอาการไข้ จัดเตรียมเวชภัณฑ์ อุปกรณ์และบุคลากร ในการควบคุมป้องกันโรคต่อไป

          ขณะที่กองสาธารณสุขเทศบาลเมืองพังงา เร่งลงพื้นที่ชุมชนต่างๆเพื่อใช้เครื่องพ่นควันกำจัดยุงลายทั้งแบบมือถือและแบบติดตั้งบนรถกระบะ ทำการพ่นควันในคูระบายน้ำ บ้านเรือนประชาชนและป่าละเมาะ หลังจากการเข้าสู่ฤดูฝนและพบว่ามีการระบาดของโรคไข้เลือดออกและโรคไข้ปวดข้อยุงลาย (โรคชิคุนกุนยา) ในพื้นที่อำเภอเมืองพังงา เพื่อเป็นการกำจัดยุงลายตัวแก่และลูกน้ำยุงลาย

         ขอขอบคุณ : https://www.innnews.co.th/

        "ธนาธร" ลุยงานนอกสภา บุก "พังงา" รับฟังปัญหาเกษตร ที่ทำกิน ชาติพันธุ์ การท่องเที่ยว พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ “อนาคตใหม่กับการเมืองท้องถิ่น”

        เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 62 ที่สนามกีฬากลางเทศบาลเมืองตะกั่วป่า จ.พังงา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ และนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัฒน์ ส.ส.แบบบัญชีรายพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นตัวแทนจากพื้นที่ภาคใต้ ร่วมเวทีรับฟังปัญหาของชาวบ้านใน อ.ตะกั่วป่า โดยเป็นบทบาทในฐานะผู้แทนราษฎรนอกสภาครั้งที่ 3 ทั้งนี้ มีตัวแทนเกษตรกร ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว รวมไปถึงตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์ และผู้ที่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินมาร่วมนำเสนอปัญหา 

ขอขอบคุณ : https://www.posttoday.com/

        พังงา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา เตือนประชาชนเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก โดยจังหวัดพังงา มีรายงานผู้ป่วย ไข้เลือดออก จำนวน 134 รายพื้นที่ที่พบจำนวนผู้ป่วยสูงสุด คือ อำเภอตะกั่วทุ่ง รองลงมา คือ อำเภอเมือง และอำเภอตะกั่วป่า พร้อมเร่งดำเนินการควบคุมโรคไข้เลือดออกด้วยมาตรการ 3 เก็บ เพื่อป้องกัน 3 โรค

        เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.62 นายนเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา กล่าวว่า สำหรับโรคไข้เลือดออกที่มียุงเป็นพาหะนำโรค โดยในช่วงที่ ปีที่ผ่านมาจังหวัดพังงาถือว่ามีผู้ป่วยอันดับต้นๆของประเทศ และ ตอนนี้ถือว่าเป็นอันดับสองของเขต แม้ว่าจำนวนภาพรวมจะลดลง เมื่อเทียบกับปีที่แล้วก็ตาม แต่สถานการณ์ก็ยังคงน่าเป็นห่วง ซึ่งในสิ่งที่สำคัญที่ประชาชนและทุกภาคส่วน ที่ร่วมช่วยกันได้ ในการ ช่วยกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงตามบ้านเรือนสำนักงาน โดยในพื้นที่ภาคใต้มีฝนตกชุก ที่เป็นแหล่งสำคัญในการเพาะพันธ์ยุง ซึ่งในเมื่อมีการเพาะเชื้อก็จะทำให้ยุงลายมีการแพร่เชื้อ และขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดี ไม่ไปอยู่ในแหล่ง ที่มียุงลายอยู่มาก และควรนอนกางมุ้ง พร้อมทั้งหายาป้องกันยุง และควรดูแลและคนป่วยที่มีไข้สูงไม่มีน้ำมูกและป่วยเป็นเวลาหลายวัน อันนี้ต้องสงสัยไว้ก่อน อาจจะเป็นไข้เลือดออกได้ ซึ่งต้องรีบนำมาให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยว่ามีเชื้อไข้เลือดออกหรือไม่ในการดูแลรักษา โดยจังหวัดพังงาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 พฤษภาคม 2562 มีรายงานผู้ป่วย ไข้เลือดออก จำนวน 134 ราย คิดเป็น อัตราป่วย 49.96 ต่อแสนประชากร เพศชาย 55 ราย เพศหญิง 60 ราย พื้นที่ที่พบจำนวนผู้ป่วยสูงสุด คือ อำเภอตะกั่วทุ่ง รองลงมา คือ อำเภอเมือง และอำเภอตะกั่วป่า ตามลำดับ กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 15-24 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 10-14 ปี และ กลุ่มอายุ 5-9 ปี ตามลำดับ จำแนกผู้ป่วยตามพื้นที่ได้ดังนี้ อ.ตะกั่วทุ่ง จำนวน 33 ราย อ.เมือง จำนวน 32 ราย อ.จำนวน 28 ราย อ.ท้ายเหมือง จำนวน 13 ราย อ.ทับปุด จำนวน 11 ราย อ.คุระบุรี จำนวน 10 ราย อ.กะปง จำนวน 4 ราย และอ.เกาะยาว จำนวน 3 ราย และทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา ได้เร่งให้สถานบริการสาธารณสุขร่วมกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น อสม. และประชาชนเจ้าของบ้านเรือน เร่งดำเนินการควบคุมโรคไข้เลือดออกด้วยมาตรการ 3 เก็บ เพื่อป้องกัน 3 โรค พร้อมสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์และประเมินความเสี่ยงระดับพื้นที่ โดยใช้กระบวนการของ IVM เน้นควบคุมไม่ให้โรคแพร่ระบาดเพิ่มในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยไข้เลือดออก โดยใช้ มาตรการ 3-3-1 คือหลังโรงพยาบาลพบผู้ป่วย ให้รายงานโรคให้หน่วยควบคุมโรคของพื้นที่ภายใน 3 ชั่วโมง และลงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายที่บ้าน ชุมชนผู้ป่วยภายใน 3 ชั่วโมง ให้ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ควบคุมโรคภายใน 1 วัน จัดทีมแพทย์ที่ปรึกษา แนวทางการรักษาโรคไข้เลือดออก และแนวทางการส่งต่อผู้ป่วย ให้กับ รพ.ชุมชนทุกแห่ง ขอความร่วมมือร้านขายยา คลินิก ในการระมัดระวังการจ่ายยา NSIDs ให้กับผู้ป่วยที่มีอาการไข้ จัดเตรียมเวชภัณฑ์ อุปกรณ์และบุคลากรในการควบคุมป้องกันโรคต่อไป

ขอขอบคุณ : https://siamrath.co.th/

        พังงา เมืองสวยในหุบเขา ที่นี่มีเสน่ห์ทางด้านการท่องเที่ยวธรรมชาติมากมายทั้งภูเขาและทะเล แต่ในวันนี้นอกจากความสวยงามตามธรรมชาติแล้วเมืองพังงายังได้มีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชมในอนาคต นั่นก็คือสตรีทอาร์ทในย่านเมืองเก่าพังงา 
        โดยใช้พื้นที่ตามกำแพงบ้านและอาคารต่างๆ ของชาวพังงาที่ยินดีพร้อมใจให้ใช้พื้นที่ในการสร้างสรรค์งานศิลปะลงบนกำแพง ซึ่งผลงานสตรีทอาร์ทในเมืองพังงานี้เป็นฝีมือของ ALEX FACE ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวภายใต้คอนเซ็ป Story of The Wonderful Town เรื่องราวเมืองสวยในหุบเขา เล่าเรื่องราวของเมืองพังงาผ่านภาพ Street Art ที่เป็น Character น้องมาร์ดี หรือ หนูน้อยสามตา ซึ่งเป็นชื่อของลูกสาวคุณ Alex 
โดยจุดเช็กอินถ่ายรูปกับสตรีทอาร์น้องมาร์ดีนี้จะมีทั้งหมด 3 จุดได้แก่
        1."น้องมาร์ดีร่อนแร่" History of Mining 
"แร่หมืนล้าน " หนึ่งในคำขวัญของจังหวัดพังงา ที่กล่าวถึงอดีตที่รุ่งเรืองในการทำเหมืองแร่ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมาหลายสมัย เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางขุนเขาที่สวยงาม
        พิกัด : แยกโรงเรียนอนุบาลเก่า ถนนโรงเรือ ตรงข้ามสำนักงานธนารักษ์ พื้นที่พังงา
        2.น้องมาร์ดีเชิดสิงโต "Lion Dance" 
ชุมชนชาวจีนเมืองพังงา อันมีศาลเจ้ามาจ้อโป๋เป็นศูนย์รวมจิตใจ ทุกๆ ปี ลูกหลานจะมารวมตัวกันในเทศกาลต่างๆ เป็นความผสมผสานระหว่างความรัก ครอบครัว และ ความศรัทธา โดยการเชิดสิงโตนั้นจะ นำความสุข ความเจริญ และ ขับไล่สิ่งชั่วร้าย ให้คนพังงามีความสุขในเมืองแห่งนี้
พิกัด : ข้างร้านขนมจีนป้าศล ตรงข้ามศาลเจ้ามาจ้อโป๋
         3.เรือใบในขวดแก้ว "Memory in The Bottle" 
จากการทำเหมืองแร่ ก่อให้เกิดการค้าขายจากทะเลอันไกลโพ้นโดยเรือสำเภา ล่องจากทะเลอันกว้างใหญ่สู่คลองงากลางหุบเขา การแลกเปลี่ยนสินค้า การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนภาษา ถูกผสมผสาน และ ส่งต่อสู่ปัจจุบันโดยการบอกเล่าจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน ความทรงจำยังคงอบอวลในเมืองแห่งความสุขแห่งนี้เสมอ
       พิกัด : ซอยบำรุงราษฎร์ ตรงข้าม TOT สาขาพังงา
       ซึ่งทั้ง 3 โลเคชั่นสตรีทอาร์ทนี้ถือได้ว่าเป็นมุมมองที่แปลกใหม่สำหรับเมืองพังงา และถือเป็นมุมถ่ายรูปที่ดูงดงามมากๆ ศิลปะบนกำแพงบอกเล่าเรื่องราวรอให้ผู้คนมาเก็บเกี่ยวความทรงจำ หากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวพังงากันในครั้งต่อไปอย่าลืมแวะมาถ่ายรูปและชื่นชมงานศิลปะบนกำแพงในย่านเมืองเก่าพังงากัน ลองมาเที่ยวกันดูแล้วคุณจะรู้ว่าพังงาไม่ได้มีดีแค่ทะเล 

        ขอขอบคุณ :www.sanook.com

      22 ม.ค.61 นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ดังจะเห็นได้จากสถิตินักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติฯ เพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยในปี 2559 มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 1.6 ล้านคน สร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นที่จะต้องปลูกฝังเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้หวงแหนดูแลรักษาทรัพยากรในบ้านตัวเองเพื่อการใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนและชุมชนรอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาเห็นความสำคัญ และมีจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นตน รวมถึงเป็นการสร้างเครือข่ายด้านอนุรักษ์ในระดับเยาวชนและชุมชนรอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติ จึงจำเป็นที่จะต้องจัดสร้าง “ห้องเรียนธรรมชาติ” บริเวณเกาะละวะใหญ่ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา ขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชน ซึ่งจะเปิดอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้

479954
         ด้าน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า หากคุณอยากให้เด็กที่อยู่ข้างทะเลรักทะเล คุณต้องทำอย่างไร ? นี่คือคำถาม แต่ก็จะเล่าให้ฟัง โดยเริ่มแรก เราต้องเลือกพื้นที่ให้เหมาะสม ซึ่งอุทยานอ่าวพังงาเป็นอุทยานท่องเที่ยวชุมชนในมุมมองของผม โดยแต่ละวันจะมีชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 2,000 คนจาก 7 อบต. หากินกับการท่องเที่ยวในอ่าวพังงา ทั้งพายเรือแคนู ขับเรือหางยาว ขายของที่ระลึก อาหาร ฯลฯ ทำให้ชาวบ้านหลายพันครอบครัวรวมกันมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท จึงถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด เมื่อชุมชนหากินกับอ่าวพังงาซะขนาดนั้น ความรู้ความรักทะเลจึงจำเป็นยิ่ง โดยเฉพาะน้องๆ ที่อยู่รอบอ่าว ปัญหาคือทำอย่างไรให้น้องรู้และน้องรัก คำตอบไม่ใช่อยู่ในตำรา แต่อยู่ที่การเรียนรู้จากทะเลของจริง ในรูปแบบของ “สถานีทะเลศึกษา”
          ต่อมา เมื่อเลือกสถานที่เหมาะสมได้เราได้เป้าหมายกว้างๆ ว่าต้องเป็นสักแห่งในอ่าวพังงา ก่อนจะลงเอยที่ “เกาะวะใหญ่” หรือ “เกาะละวะ” ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางอ่าว ไม่ไกลจากร่องน้ำสารสินน้ำทะเลที่นี่ใสใช้ได้ มีแนวปะการังและแหล่งหญ้าทะเลน้ำตื้น มีหาดทรายหาดหินพร้อมสรรพ ยังมีป่าบนเกาะสมบูรณ์พูนสุข อีกทั้งเกาะละวะอยู่ใกล้ฝั่ง นั่งเรือหางยาวแค่สิบนาทีเศษ หรือถ้ามาจากภูเก็ต นั่งเรือเร็ว 15 นาทีก็ถึง เมื่อลองทำวงขอบเขตของเกาะละวะ รัศมี 20 กม. มีคนอยู่หลายหมื่น เกาะละวะจึงไม่ใช่ของคนพังงาเท่านั้น ยังรวมถึงภูเก็ตอีกทั้งเกาะ จึงเรียกว่าเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ทะเลแถบนี้ได้เลยทีเดียว ที่สำคัญเกาะแห่งนี้ยังเป็นของอุทยานทั้งหมด เรียกว่าธรรมชาติเพียวๆ แม้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาบ้าง แต่ก็แค่บางเวลา คนไม่มาก และอยู่รวมกันบนหาดแห่งเดียว รอบด้านจึงยังสวยสงบจึงเป็นที่มากของ “เกาะแห่งการเรียนรู้”
จากนั้น ก็เริ่มทำการวางแผนสำรวจก่อนจะไปบอกน้องๆ ว่าทะเลเป็นอย่างไร เราต้องรู้ก่อนว่าของจริงเป็นไง เกาะแห่งการเรียนรู้ ไม่ใช่กางตำรามาเล่าเรื่องให้เด็กฟัง แต่ต้องพาเด็กไปดูของจริง เพราะฉะนั้น ต้องหาให้เจอว่าของจริงอยู่ไหน และอะไรคือจุดเด่น ในปีที่แล้วผมกับทีมงานลงสำรวจรอบเกาะ ทำแผนที่ปะการัง หญ้าทะเล หาสัตว์น่าสนใจ ฯลฯ จนพอบอกได้ว่าที่นี่คือตัวแทนของแนวปะการังน้ำตื้นชั้นยอด แน่นอนว่าน้ำที่เกาะละวะขุ่นหน่อย ไม่ใสเหมือนเกาะไข่ เกาะราชา หรือเกาะพีพี แต่หากพูดถึงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ความสงบเงียบ แนวปะการังที่นี่กินขาด การดำน้ำโดยไม่มีคนอื่นอีกร้อยพันอยู่ใกล้ๆ เดี๋ยวนี้หายากมากในเมืองไทย เมื่อเราสำรวจจนบอกเป้าได้ รู้จักสัตว์ที่จะไปสอนน้อง เราก็พร้อมเดินหน้าไปข้อถัดไป
          จึงได้มีการประสานกับอุทยานฯและชาวบ้าน พร้อมกับเล่าถึงความฝันในการทำ “เกาะแห่งการเรียนรู้” และพบว่าทุกคนชอบใจอยากให้เกิดขึ้นเป็นที่แรกของไทย ในเกาะละวะของพวกเขานี่แหละ ด้านอุทยานฯก็สนับสนุนเต็มที่ จากนั้นก็เริ่มที่จะเตรียมการ ซึ่งการที่เราจะสอนเด็กได้นั้น เราก็ต้องเข้าใจเด็กก่อน เพราะฉะนั้น ตลอด 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนช่วยกันลงไปเตรียมการที่เกาะตั้งแต่เตรียมป้ายข้อมูลความรู้ ตั้งสถานีทะเลศึกษาโดยแบ่งเป็นจุด หาดทราย ปะการัง แหล่งหญ้าทะเล ฯลฯ ยังต้องเข้าใจเด็กรุ่นใหม่ว่าต้องการอะไรไม่ธรรมดา มันต้องเป้งๆ ตรงใจเด็กต่างจังหวัดเจน Z ที่มีความต้องการแตกต่างจากเด็กเมืองกรุงพอสมควรจึงต้องมีการจัดเตรียมป้ายถ่ายภาพคู่ เตรียม QR Code ให้ข้อมูล ฯลฯ โดยตั้งใจว่า ในอนาคตจะมีบริการพาเด็กและคุณพ่อคุณแม่มาทุกวันอาทิตย์ มีเรือไปรับถึงท่า กำหนดเวลาเข้าออก และไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท
โดยเกาะแห่งการเรียนรู้ นอกจากใช้กึ๋นกับประสบการณ์แล้ว มันต้องลองของจริงเพื่อปรับปรุงให้เดินหน้าได้ ผมจะลงไปในงานเปิดเกาะแห่งการเรียนรู้ ไปช่วยสอนและเฝ้าดูว่ามีตรงไหนต้องปรับปรุงอย่างไรบ้าง ไปพูดคุยกับคุณครูและน้องๆ ว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้าง เราไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเพียบพร้อม เพราะพร้อมเกินไปมันจะเจ๊ง เราเริ่มต้นด้วยการลองและเรียน

ภาพ/ข่าว วรรณศิริ โพธิ์พันธ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พังงา

   

ลิงค์น่าสนใจ

goodgov
bannerfinance รฐบาลไทย หนาแรก logo small court
aipa bannercommu

 

   
© จังหวัดพังงา