ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ (232)

ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัด

1    

2

3

4

5

6

       วันที่ 27 มี.ค. 63 เวลา 11.30 น. นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นางพิสมนต์ มงคลเทพ พาณิชย์จังหวัดพังงา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพังงา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจปริมาณ และราคาของสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในห้างสรรสินค้า และร้านค้าส่งต่าง ๆ ในเขตอำเภอเมืองพังงา เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ พืชผัก อาหารกระป๋องสำเร็จรูป และสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของราคาสินค้า และบริการ พร้อมกับสอดส่งพฤติการณ์ของผู้จำหน่ายไม่ให้เกิดการเอาเปรียบฉวยโอกาสขึ้นราคา และกักตุนสินค้าในช่วงสถานการณ์ที่อ่อนไหว

          รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า จากการสำรวจในครั้งนี้ เป็นการสำรวจตามมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ และทางจังหวัดพังงาเช่นกัน ซึ่งพบว่า เฉพาะในห้างสรรพสินค้านั้น การจำหน่ายสินค้า เช่น ไข่ไก่ จำหน่ายหมดในเวลาอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางห้างได้ทำการสั่งเข้ามาจากนอกพื้นที่จังหวัดพังงา จึงไม่ทันต่อความต้องการของประชาชน แต่ในพื้นที่ยังไม่ถึงกับว่าไม่มีจำหน่ายเลย ยังซื้อหาได้ในท้องตลาด แต่สินค้าบางประเภทที่สำคัญต่อผู้บริโภค ได้ฝากให้ผู้จัดการแผนกทำการสต็อกเพิ่มให้เพียงพอ เนื่องจากคลังสินค้าอยู่ต่างจังหวัด ทำให้ต้องใช้เวลาในการขนส่ง ส่วนการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าของร้านค้าในช่วงนี้ ทางจังหวัดพังงามีมาตรการ และเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจออกสุ่มตรวจอยู่แล้ว หากพบว่าร้านค้าไม่ติดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน และไม่ยุติธรรมต่อผู้บริโภค จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที 

 

ที่มา : thainews.prd.go.th/th

hall2

2. การใช้ประโยชน์อาคารศาลากลางจังหวัดพังงา และศูนย์ราชการจังหวัดพังงา
2.1 แนวทางการปรับปรุงการใช้ที่ดินในบริเวณศาลากลางจังหวัดพังงา โดยอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเดิมเป็นตึกชั้นเดียวรูปแบบเป็นอาคารทรงปั้นหยา ด้านหลังต่อเป็นมุขเปิดโล่งมีระเบียบยาว ประตูและหน้าต่างแบบฝรั่งเศสเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับการอนุรักษ์และปัจจุบันเป็นที่ทำงานของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพังงา
2.2 อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่าเป็นอาคารศาลากลางรุ่นใหม่ ที่สร้างขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขณะนั้น เป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมสวยงาม เป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดได้ แต่เนื่องจากมีพื้นที่คับแคบจากการขยายตัวของส่วนราชการ จึงได้ย้ายออกไปตั้งใหม่ที่บริเวณตำบล ถ้ำน้ำผุด เพื่อการขยายตัวและพัฒนาเมืองใหม่ ดังนั้นจึงควรมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมตลอดจนภูมิทัศน์ ในเขตศาลากลางจังหวัดหลังเดิมและศาลากลางจังหวัดหลังเก่า
2.3 จังหวัดพังงาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอผังแม่บทศูนย์ราชการจังหวัดพังงา โดยสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จ้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดทำ “แผนหลักการใช้ที่ดินของหน่วยงานของรัฐ” วางผังแม่บทและแผนปฏิบัติการ การวางผังอาคาร และการใช้ที่ดิน ตลอดจนการประมาณการด้านงบประมาณ โดยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 คณะกรรมการบริหารศูนย์ราชการ(กศร.) ได้อนุมัติแผนการใช้ที่ดินของหน่วยงานของรัฐ ภูเก็ต กระบี่ พังงา และวันที่ 29 กรกฎาคม 2540 ครม.เห็นชอบแผนการใช้ที่ดินศูนย์ราชการจังหวัดพังงา หมู่ที่ 3 ตำบลถ้ำน้ำผุด อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ในที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน พง 492 เนื้อที่ 264-3-84 ไร่ และครม.เห็นชอบ ผังแม่บทศูนย์ราชการจังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 ในคราวประชุมครม.สัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสผ.ตามลำดับ ซึ่งเป็นที่ตั้งของส่วนราชการ ประกอบด้วย อาคารศาลากลาง จังหวัดพังงา ศาลจังหวัดพังงา สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา สำนักงานสรรพากรพื้นที่พังงา สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดพังงา และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพังงา
2.4 คณะอนุกรรมการพิจารณาการดำเนินงานผังศูนย์ราชการจังหวัดพังงา ได้มีมติในที่ประชุม ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าการใช้ประโยชน์ในอาคารศาลากลางจังหวัดพังงาหลังเก่า ให้ดำเนินการตามผังแม่บทศูนย์ราชการจังหวัดพังงา และให้หน่วยงานที่ก่อสร้างอาคารในพื้นที่ ศูนย์ราชการจังหวัดพังงา ที่ยังไม่ขอใช้พื้นที่ ให้ดำเนินขอใช้พื้นที่ตามระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

การก่อสร้างอนุสาวรีย์บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดพังงา

                   1.คณะทำงานเตรียมการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ตามคำสั่งจังหวัดพังงา ที่ 3576/2559 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559  โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาเป็นประธาน หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เป็นคณะทำงาน  และวัฒนธรรมจังหวัดพังงา เป็นคณะทำงานและเลขานุการ           ได้ประชุมคณะทำงานและนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ราชการจังหวัด จังหวัดพังงา ครั้งที่ 1/2561  เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 เห็นชอบให้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9  แต่จะต้องปรับปรุงรูปแบบฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ ซึ่งแต่เดิมได้ออกแบบไว้สำหรับประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ขนาด 1.5 เท่า ตามงวดงานหนึ่งในการก่อสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดพังงา

                   2. จังหวัดพังงา ได้นำเรื่องการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์เข้าพิจารณาในที่ประชุมกรมการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพังงา ครั้งที่ 6/2561 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 แต่มีข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญของ    กรมศิลปากรว่า

                        - การจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ได้รับพระบรมราชานุญาต   และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ขณะดำรงพระราชอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2537 ซึ่งสถานที่ปัจจุบันจะเป็นประวัติศาสตร์ หากมีการขอพระบรมราชานุญาตในการย้ายไปประดิษฐานจะเป็นเรื่องที่ไม่บังควร  จึงเห็นว่าควรประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ณ สถานที่เดิม

                        - การขออนุญาตก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ณ ศาลากลางจังหวัดพังงา(หลังใหม่) นั้น  “สถานที่ขออนุญาตจัดสร้างควรเป็นที่โล่ง” ทั้งนี้เพื่อแก้ไขข้อปัญหาที่อาจเป็นประเด็น จังหวัดควรระบุภายในหนังสือที่จะขออนุญาตว่า “ยินดีปรับปรุงรูปแบบฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ ตามที่คณะกรรมการฯ เห็นสมควร” ทั้งนี้จังหวัดเห็นว่า การจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์เป็นเรื่องสำคัญของทุกคน กระทบในวงกว้าง ต้องมีผู้รับผิดชอบหลายฝ่ายในการดำเนินการ

                   3. จังหวัดพังงามีหนังสือขออนุญาตก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 ไปยัง    กรมศิลปากร โดยต่อมาได้รับแจ้งว่าได้เสนอเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการกำหนดหลักเกณฑ์ และแนวทางในการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ให้เหมาะสม และเป็นการสมพระเกียรติ  โดยจะแจ้งผลการพิจารณาให้จังหวัดพังงาทราบในโอกาสต่อไป

                   4. การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางของกรมศิลปากร ซึ่งจังหวัดพังงาจะนำเรียนความคืบหน้าในการดำเนินการให้รับทราบต่อไป hall

         

 

 

passport

 

             กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศที่เพื่อให้บริการรับคำร้องขอหนังสือเดินทาง ณ จังหวัดพังงา ระหว่างวันที่ 3 - 7 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียงตามนโยบายการทูตเพื่อประชาชน โดยให้บริการรับคำร้องขอหนังสือเดินทางเฉพาะหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปหรือธรรมดาเท่านั้น (ไม่รวมหนังสือเดินทางทูต ราชการ และหนังสือเดินทางพระภิกษุ) จังหวัดพังงาจึงขอประชาสัมพันธ์การออกหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ ระหว่างวันที่ 3 - 7 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 - 16.30 น. ณ ศาลากลางจังหวัดพังงา ชั้น 1 ศูนย์ราชการจังหวัดพังงา รายละเอียด

huhan


นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า ตามที่ได้ตรวจพบการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบ (ไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙) ในประเทศจีน และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีมาตรการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศในท่าอากาศยานทั้ง ๕ ท่าอากาศยาน ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่
ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า จังหวัดพังงา ได้มีมาตรการเฝ้าระวัง ติดตาม ป้องกันและควบคุมโรคปอดอักเสบ (ไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙) อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องซึ่งขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยในพื้นที่แต่อย่างใด อีกทั้งได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังและตรวจสอบโรคปอดอักเสบ (ไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙) จังหวัดพังงา พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ ศาลากลางจังหวัดพังงา พร้อมเปิดสายด่วน ๑๕๖๗ รับแจ้งเหตุตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
ด้านนายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา กล่าวว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกอำเภอ ออกตรวจสอบคัดกรองนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวทั้งบนบก ทางทะเล รวมทั้งตามเกาะต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเพื่อเฝ้าระวัง ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์โรคและเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลรองรับสถานการณ์ ซึ่งจังหวัดพังงามีโรงพยาบาล ๙ แห่ง มีห้องแยกตรวจโรค ๙ ห้อง และมีห้องสำหรับรองรับผู้ป่วย ๙๐ ห้อง

ที่มา : https://www.facebook.com/pr.phangnga

      : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา

     

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และหน่วยงานร่วมสนอง พระราชดำริ ทุกภาคส่วน รวมไปถึงโรงเรียนสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมกว่า 261 หน่วยงาน ร่วมกันจัดงาน ประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 10 ทรัพยากรไทย : ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์ ปี 2562 ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-5 ธ.ค.62 ณ มทร.อีสาน ศูนย์หนองระเวียง

วัตถุประสงค์

ตามที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบสานพระราชปณิธานต่อในงานอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรประเทศของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ได้ดำเนินการอนุรักษ์ พัฒนาและใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน สู่เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้มีการเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานของคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. หน่วยงาน มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่ร่วมสนองพระราชดำริ การนี้จึงได้จัดประชุมวิชาการและนิทรรศการ ทรัพยากรไทย : ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์ ในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน – ๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศูนย์หนองระเวียง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

๑. เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

๒. เพื่อให้เยาวชน ประชาชน นักวิชาการ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบาย ได้เห็นความหลากหลายแห่งศักยภาพของทรัพยากรไทย ได้เข้ามาเรียนรู้ ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว การอนุรักษ์ พัฒนา และใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน อันเป็นผลประโยชน์แท้แก่มหาชนชาวไทยนำไปสู่การผันสู่วิถีใหม่ในฐานไทย เพื่อก้าวสู่โลกกว้างอย่างมั่นใจ จนสามารถนำสิ่งดีงามสู่ตาโลก และให้แต่ละหน่วยงานได้กลับมาทบทวนศักยภาพความสามารถ ฐานข้อมูลต่าง ๆ ในชื่อว่า “ศักยภาพมากล้นมีให้เห็น” เพื่อนำฐานข้อมูลต่าง ๆ ทั้งทางด้านกายภาพ ชีวภาพ วัฒนธรรมและภูมิปัญญา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งนำมาสู่การแสดงศักยภาพของหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริ ในชื่อว่า “ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์”

⇒ ลิงค์สำหรับดาวน์โหลดเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการทรัพยากรไทย : ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ วันที่ 26 มีนาคม 2562

สถานที่จัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการทรัพยากรไทย : ชาวบ้านไทยได้ประโยชน์

 

163

263

363

พ่อเมืองพังงา นำคณะออกศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์ ย้อนรอยเส้นทางเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ 5 และเจ้าเมืองพังงาในอดีต
วันนี้(28 ม.ค.63) เวลา 14.00 น. นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนสามพระยาบริรักษ์ภูธร อดีตเจ้าเมืองพังงา และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเดินทางลงพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองพังงา เพื่อศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์ แหล่งโบราณสถาน แหล่งโบราณคดีของเมืองพังงา
โดยคณะศึกษาเส้นทาง ได้เข้าถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าศาลากลางจังหวัดพังงา(หลังเดิม) จากนั้นเดินทางไปยังบริเวณลานที่นี่พังงา บริเวณถ้ำรถลอด ริมถนนพังงา-ทับปุด ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอนุสาวรีย์สามพระยาบริรักษ์ภูธร ต่อมาเดินทางไปยังสถานที่ที่คาดว่าเป็นพลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งทรงเสด็จประพาสต้นที่จังหวัดพังงา ซึ่งสถานที่ปัจจุบันเมื่อเปรียบเทียบกับภาพถ่ายเมื่อสมัยนั้นพบว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับสถานที่ที่เป็นสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงาในปัจจุบัน ต่อมาได้เดินทางต่อไปเพื่อชมโบราณสถานถ้ำซำและฟังบรรยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เรื่องเล่าของภาพวาดที่ผนังถ้ำ เดินทางไปยังวัดประพาสประจิมเขตร์(วัดสระ) การบูรณะวัดสระของรัชกาลที่ 5 เดินทางต่อที่เขาล้างบาศพร้อมกับฟังบรรยายเรื่องเจดีย์เขาล้างบาศและระเบียงแก้วซึ่งสถานที่ประทับของรัชกาลที่ 5 และสถานที่สุดท้ายคือโรงแรมทวีสุข พร้อมกับรับฟังบรรยายเส้นทางเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นแนวทางและข้อมูลในการก่อสร้างอนุสาวรีย์สามพระยาบริรักษ์ภูธร งานอนุรักษ์บำรุงรักษาเขาล้างบาศ และโบราณสถานถ้ำซำ
@ Phung Nga, Phangnga, Thailand

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา

 

163

263

363

(28 มกราคม 2563) เวลา 09.30 น. นายบุญเติม เรณุมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานการประชุมติดตามแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ณ ห้องประชุมราชสีห์ 1 ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดพังงา โดยติดตามผลการดำเนินการ แก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือ ของประชาชนยังไม่ได้ข้อยุติ เหตุผลที่เรื่องข้างค้างอยู่ในระบบ โดยมีหน่วยงานที่ได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 48 หน่วยงาน 290 เรื่อง จากการตรวจสอบปัญหา ส่วนหนึ่งเกิดจากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้มีการรายงานผลการดำเนินการ จึงทำให้จังหวัดไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขหรือไม่อย่างไร ซึ่งส่งผลต่อการบริหารจัดการของจังหวัด
รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้เน้นย้ำ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว สนองตอบต่อความต้องการประชาชน และตามนโยบายของรัฐบาล จังหวัด จึงขอให้หน่วยงานถือปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือของประชาชน โดยให้หน่วยงานมอบหมายผู้รับผิดชอบในการประสานแก้ไขติดตามเรื่องร้องเรียนประจำหน่วยงาน สำหรับอำเภอให้จัดตั้งชุดปฏิบัติการประจำตำบล ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ รวมทั้งรับการประสานงานจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กรณี แจ้งร่วมตรวจสอบเหตุเดือดร้อนรำคาญในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาจะต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม ชัดเจน โปร่งใสและตรงตามประเด็น ทุกประเด็น และที่สำคัญให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือ โดยให้หน่วยงานดำเนินการ รายงานผลภายในระยะเวลาที่จังหวัดกำหนด
@ ศูนย์ราชการจังหวัดพังงา

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา

316135

316133

316134
รางวัลที่ 1 มี 1 รางวัล
- รถยนต์มิตซูบิชิ กระบะแค็บ 2.5 ลิตร
รางวัลที่ 2 มี 3 รางวัล
- รถจักรยานยนต์ขนาดไม่น้อยกว่า 100 cc.
รางวัลที่ 3 มี 4 รางวัล
- สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท
รางวัลที่ 4 มี 15 รางวัล
- TV จอแบน แบบ LED ขนาดไม่น้อยกว่า 32 นิ้ว
รางวัลเลขท้าย 2 ตัว มี 300 รางวัล
- หม้อหุงข้าวไฟฟ้า
ผู้ถูกรางวัลให้นำสลากการกุศลไปรับรางวัลที่ สนง.เหล่ากาชาดจังหวัดพังงา ภายในวันที่ 18 กพ.2563 นับจากวันออกรางวัล ในวันและเวลาทำการ หากพ้นกำหนดจะนำรางวัลออกจำหน่ายเพื่อนำเงินสมทบเป็นรายได้ของเหล่ากาชาดจังหวัดพังงาต่อไป

1

2

วันที่ 17 ธ.ค.62 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมราชสีห์ 1 ศาลากลางจังหวัดพังงา นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายวิรัช ตั่นสกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพังงา นายชูชาติ อ่อนเจริญ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพังงา และนายนายประสิทธิ์ สายทอง หัวหน้าฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่พังงา และคณะผู้จัดงาน  ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ ตรงข้ามอนุสรณ์สถานเรือ ต.813 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า เมื่อวันที่ 13-14 ธันวาคมที่ผ่านมา ต่อมาและมีการลงข่าวทางสื่อออนไลน์ว่า มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีเด็กและเยาวชนเข้าไปซื้อดื่มอย่างผิดกฎหมายภายในงานนั้น
ในเรื่องนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ชี้แจงว่า การจัดงานเทศกาลดนตรีดังกล่าว เป็นกิจกรรม Event Marketing งาน "Phang Nga Music Festival 360" ตอน ล่องเรือหารัก เกาะแน่นๆ นะน้อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและเผยแพร่ ศิลปวัฒนธรรม โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและ เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรม แต่ไม่สามารถดินทางมาเป็นประธานได้จึงได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาเป็นประธานเปิดงานดังกล่าวแทน กิจกรรมประกอบด้วย การฉายวิดีโอส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา การแสตงตนตรีของศิลปิน นักร้อง การจำหน่ายสินค้าของกลุ่มอาชีพต่างๆ ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม การจำหน่ายของที่ระลึก สินค้ำ OTOP สินค้าเกษตรปลอดภัย จัดนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยว การจำหน่ายอาหารพื้นเมือง อาหารทะเล ภายในงานจังหวัดพังงาไม่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการจำหน่ายตามที่มีผู้ร้องเข้าใจแต่อย่างใด ส่วนสถานที่จัดกิจกรรมเป็นลานสนามหญ้าของเอกชน และมีการจัดแถลงข่าวการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 11ธันวาคม 62 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมมุกดาราบีช วิลล่า แอนด์ สปา อำเภอตะกั่วปา เกี่ยวกับรูปแบบการจัดงานเป็นการจัดงานเทศกาลตนตรีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง สินค้าOTOP ร้านอาหารชีฟู้ด นิทรรศการ และการออกร้านของภาคธุรกิจโรงแรม ไม่มีการกล่าวถึงกิจกรรมลานเบียร์ในงานแถลงข่าวแต่อย่างใด คณะผู้จัดงานภาคเอกชน ได้ชี้แจงรูปแบบการจัดงานและประโยชน์ที่ผู้ประกอบการร้านค้าและชาวพังงา โดยเฉพาะพื้นที่บ้านเขาหลัก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพังงา และฝั่งทะเลอันตามันจะได้รับ ในส่วนของจังหวัดพังงาได้กล่าวถึงศักยภาพของจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นเมืองนางฟ้าแห่งอันดามัน และเป็นเมืองแห่งความสุขภายใต้สโลแกน "สุขจังที่พังงา"

การรักษาความปลอดภัย ได้วางระบบการรักษาความปลอดภัยและการเข้างานโดยกำหนดให้มีทางเข้าออกทางเดียวแบ่งตามอายุและแสดงบัตรประชาชน มีช่องสำหรับอายุ 20 ปีขึ้นไป 1 ช่อง อายุต่ำกว่า 20 ปี 1 ช่อง เจ้าหน้าที่จะประทับเครื่องหมายสีแดงที่แขน และช่องอายุ 20ปี ขึ้นไปจะประทับเครื่องหมายสีน้ำเงินที่แขน อีกทั้งจังหวัดพังงาได้มีการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง มีการรณรงค์งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การตรวจสถานประกอบการ สถานบริการที่เข้าข่าย และได้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสมถึงเจตนาของหน่วยงานราชการที่จัดงานและจังหวัดพังงา ให้เกิดความชัดเจน และจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจผ่านการแถลงข่าว สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ จังหวัดพังงาได้ชี้แจงให้สาธารณชนทราบถึงการจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการดำเนินการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดพังงา เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด และมีการจัดระบบ ควบคุม ดูแล มิให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ได้แยกกลุ่มผู้ร่วมงานออกเป็น 2 กลุ่ม สำหรับกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ได้ประทับตราสัญลักษณ์ไว้ชัดเจนเป็นสีแดง กรณีหากมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้านเหล่านั้นเป็นร้านที่เปิดจำหน่ายตามปกติและมีใบอนุญาตถูกต้อง ทั้งนี้เนื่องจากสถานที่จัดงานเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีร้านและสถานบริการอยู่จำนวนมาก ซึ่งพบว่ามีผู้ร่วมงานคืนละประมาณ 17,000 คน
ทางด้านหัวหน้าฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่พังงา ชี้แจงว่า สำนักงานสรรพสามิตมีหน้าที่ออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการที่ยื่นขอเข้ามาและจะทำการตรวจสอบคุณสมบัติว่าสถานที่จำหน่ายนั้นต้องไม่อยู่ใกล้สถานศึกษา วัด หรือสาธารณสถาน ก็จะดำเนินการออกให้ ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมจำหน่ายภายในงานมีใบอนุญาตถูกต้อง หากพบว่ามีผู้ลักลอบจำหน่ายให้ช่วยกันสอดส่องและแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายทันที
ด้าน ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพังงา ชี้แจงว่า กิจกรรมนี้จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผ่านสำนักงานในพื้นที่ของจังหวัด และใช้พื้นที่ของเอกชนที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวย่านเขาหลัก และมีคัดเลือกร้านค้าต่างๆจากทั้งภาคเอกชนและประชาชนให้เข้ามาจำหน่ายหลากหลายชนิด พร้อมอำนวยความสะดวกในการจัดที่นั่งไว้ให้นักท่องเที่ยวที่ซื้ออาหารมานั่งรับประทาน และเป็นงานที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเข้าชมจำนวนมาก.

48816

48819

48822

หน้าที่ 1 จาก 17
   
© จังหวัดพังงา