logo small
 รฐบาลไทย หนาแรก
   
วันอังคาร, 23 มกราคม 2561 08:31

ห้องเรียนธรรมชาติ เกาะละวะใหญ่เกาะแห่งการเรียนรู้สำหรับเยาวชน

Written by
Rate this item
(0 votes)
ห้องเรียนธรรมชาติ เกาะละวะใหญ่เกาะแห่งการเรียนรู้สำหรับเยาวชน ภาพ/ข่าว วรรณศิริ โพธิ์พันธ์

      22 ม.ค.61 นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ดังจะเห็นได้จากสถิตินักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติฯ เพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยในปี 2559 มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 1.6 ล้านคน สร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นที่จะต้องปลูกฝังเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้หวงแหนดูแลรักษาทรัพยากรในบ้านตัวเองเพื่อการใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนและชุมชนรอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาเห็นความสำคัญ และมีจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นตน รวมถึงเป็นการสร้างเครือข่ายด้านอนุรักษ์ในระดับเยาวชนและชุมชนรอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติ จึงจำเป็นที่จะต้องจัดสร้าง “ห้องเรียนธรรมชาติ” บริเวณเกาะละวะใหญ่ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา ขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบและแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชน ซึ่งจะเปิดอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้

479954
         ด้าน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า หากคุณอยากให้เด็กที่อยู่ข้างทะเลรักทะเล คุณต้องทำอย่างไร ? นี่คือคำถาม แต่ก็จะเล่าให้ฟัง โดยเริ่มแรก เราต้องเลือกพื้นที่ให้เหมาะสม ซึ่งอุทยานอ่าวพังงาเป็นอุทยานท่องเที่ยวชุมชนในมุมมองของผม โดยแต่ละวันจะมีชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 2,000 คนจาก 7 อบต. หากินกับการท่องเที่ยวในอ่าวพังงา ทั้งพายเรือแคนู ขับเรือหางยาว ขายของที่ระลึก อาหาร ฯลฯ ทำให้ชาวบ้านหลายพันครอบครัวรวมกันมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท จึงถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด เมื่อชุมชนหากินกับอ่าวพังงาซะขนาดนั้น ความรู้ความรักทะเลจึงจำเป็นยิ่ง โดยเฉพาะน้องๆ ที่อยู่รอบอ่าว ปัญหาคือทำอย่างไรให้น้องรู้และน้องรัก คำตอบไม่ใช่อยู่ในตำรา แต่อยู่ที่การเรียนรู้จากทะเลของจริง ในรูปแบบของ “สถานีทะเลศึกษา”
          ต่อมา เมื่อเลือกสถานที่เหมาะสมได้เราได้เป้าหมายกว้างๆ ว่าต้องเป็นสักแห่งในอ่าวพังงา ก่อนจะลงเอยที่ “เกาะวะใหญ่” หรือ “เกาะละวะ” ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางอ่าว ไม่ไกลจากร่องน้ำสารสินน้ำทะเลที่นี่ใสใช้ได้ มีแนวปะการังและแหล่งหญ้าทะเลน้ำตื้น มีหาดทรายหาดหินพร้อมสรรพ ยังมีป่าบนเกาะสมบูรณ์พูนสุข อีกทั้งเกาะละวะอยู่ใกล้ฝั่ง นั่งเรือหางยาวแค่สิบนาทีเศษ หรือถ้ามาจากภูเก็ต นั่งเรือเร็ว 15 นาทีก็ถึง เมื่อลองทำวงขอบเขตของเกาะละวะ รัศมี 20 กม. มีคนอยู่หลายหมื่น เกาะละวะจึงไม่ใช่ของคนพังงาเท่านั้น ยังรวมถึงภูเก็ตอีกทั้งเกาะ จึงเรียกว่าเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ทะเลแถบนี้ได้เลยทีเดียว ที่สำคัญเกาะแห่งนี้ยังเป็นของอุทยานทั้งหมด เรียกว่าธรรมชาติเพียวๆ แม้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาบ้าง แต่ก็แค่บางเวลา คนไม่มาก และอยู่รวมกันบนหาดแห่งเดียว รอบด้านจึงยังสวยสงบจึงเป็นที่มากของ “เกาะแห่งการเรียนรู้”
จากนั้น ก็เริ่มทำการวางแผนสำรวจก่อนจะไปบอกน้องๆ ว่าทะเลเป็นอย่างไร เราต้องรู้ก่อนว่าของจริงเป็นไง เกาะแห่งการเรียนรู้ ไม่ใช่กางตำรามาเล่าเรื่องให้เด็กฟัง แต่ต้องพาเด็กไปดูของจริง เพราะฉะนั้น ต้องหาให้เจอว่าของจริงอยู่ไหน และอะไรคือจุดเด่น ในปีที่แล้วผมกับทีมงานลงสำรวจรอบเกาะ ทำแผนที่ปะการัง หญ้าทะเล หาสัตว์น่าสนใจ ฯลฯ จนพอบอกได้ว่าที่นี่คือตัวแทนของแนวปะการังน้ำตื้นชั้นยอด แน่นอนว่าน้ำที่เกาะละวะขุ่นหน่อย ไม่ใสเหมือนเกาะไข่ เกาะราชา หรือเกาะพีพี แต่หากพูดถึงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ความสงบเงียบ แนวปะการังที่นี่กินขาด การดำน้ำโดยไม่มีคนอื่นอีกร้อยพันอยู่ใกล้ๆ เดี๋ยวนี้หายากมากในเมืองไทย เมื่อเราสำรวจจนบอกเป้าได้ รู้จักสัตว์ที่จะไปสอนน้อง เราก็พร้อมเดินหน้าไปข้อถัดไป
          จึงได้มีการประสานกับอุทยานฯและชาวบ้าน พร้อมกับเล่าถึงความฝันในการทำ “เกาะแห่งการเรียนรู้” และพบว่าทุกคนชอบใจอยากให้เกิดขึ้นเป็นที่แรกของไทย ในเกาะละวะของพวกเขานี่แหละ ด้านอุทยานฯก็สนับสนุนเต็มที่ จากนั้นก็เริ่มที่จะเตรียมการ ซึ่งการที่เราจะสอนเด็กได้นั้น เราก็ต้องเข้าใจเด็กก่อน เพราะฉะนั้น ตลอด 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนช่วยกันลงไปเตรียมการที่เกาะตั้งแต่เตรียมป้ายข้อมูลความรู้ ตั้งสถานีทะเลศึกษาโดยแบ่งเป็นจุด หาดทราย ปะการัง แหล่งหญ้าทะเล ฯลฯ ยังต้องเข้าใจเด็กรุ่นใหม่ว่าต้องการอะไรไม่ธรรมดา มันต้องเป้งๆ ตรงใจเด็กต่างจังหวัดเจน Z ที่มีความต้องการแตกต่างจากเด็กเมืองกรุงพอสมควรจึงต้องมีการจัดเตรียมป้ายถ่ายภาพคู่ เตรียม QR Code ให้ข้อมูล ฯลฯ โดยตั้งใจว่า ในอนาคตจะมีบริการพาเด็กและคุณพ่อคุณแม่มาทุกวันอาทิตย์ มีเรือไปรับถึงท่า กำหนดเวลาเข้าออก และไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท
โดยเกาะแห่งการเรียนรู้ นอกจากใช้กึ๋นกับประสบการณ์แล้ว มันต้องลองของจริงเพื่อปรับปรุงให้เดินหน้าได้ ผมจะลงไปในงานเปิดเกาะแห่งการเรียนรู้ ไปช่วยสอนและเฝ้าดูว่ามีตรงไหนต้องปรับปรุงอย่างไรบ้าง ไปพูดคุยกับคุณครูและน้องๆ ว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้าง เราไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเพียบพร้อม เพราะพร้อมเกินไปมันจะเจ๊ง เราเริ่มต้นด้วยการลองและเรียน

ภาพ/ข่าว วรรณศิริ โพธิ์พันธ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พังงา

Read 1121 times Last modified on วันอังคาร, 23 มกราคม 2561 08:58

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.

68 comments

   

สถิติการใช้งาน

301094
วันนี้วันนี้32
เมื่อวานนี้เมื่อวานนี้626
สัปดาห์นี้สัปดาห์นี้1578
เดือนนี้เดือนนี้11691
รวมรวม301094
   
© จังหวัดพังงา